NEWS UPDATE • RESERCH

ได้เวลาพักผ่อน..

วันนี้คาดตลาด ย่อตัวประเมินแนวรับที่ 1,330 / 1,305 สำหรับแนวต้านอยู่ที่ 1,345 / 1,360 โดยให้น้ำหนักไปกับแนวโน้มความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ-จีน หลัง ปธน.ทรัมป์ ออกมาเปิดเผยจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐกับจีนในวันนี้ จากการที่สภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีมติผ่านร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง คาดจะเป็นการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวและอาจมีการคว่ำบาตรจีนในประเด็นดังกล่าว มองเป็นปัจจัยดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการเกิดสงครามทางการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐ - จีน ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก คาดจะทำให้ตลาดกลับมาอยู่ในโหมตปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) และอ่อนตัวลงได้อีกครั้ง

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบคาดยังมีแนวโน้มพักฐานในช่วง 1 -2 สัปดาห์นี้ หลังสถานการณ์ COVID-19 ในอินเดียยังไม่ดีขึ้น ลดทอนความหวังการกลับมาผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในอินเดียตามสมมติฐานของเราที่จะเป็นอุปสงค์น้ำมันรอบใหม่เข้าหนุนการฟื้นตัวของราคาน้ำมันฟาด้ต่อ รวมทั้งความกังวลในการขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน กดดันการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน คาดจะเป็นปัจจัยจำกัด Upside หุ้นในกลุ่มพลังงาน หรือทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานอ่อนตัวลงเพื่อปรับฐานรอบใหม่ได้ เป็นปัจจัยกดดันตลาดเพิ่มเติม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการออกแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของ ครม. วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลักตั้งแต่ช่วง 3Q’63 เป็นต้นไป หลังได้รับผลกระทบของ COVID-19  เรามองปัจจัยดังกล่าวจะเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มโรงแรม, ท่องเที่ยว และสายการบิน จากการออกคูปองลดค่าที่พัก 40-50% คาดจะผ่าน ครม.ใหญ่และอนุมัติได้ในช่วงต้นเดือน ก.ค. นี้ รวมทั้งแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ระยะที่ 3 ในสัปดาห์หน้า คาดจะมีการผ่อนปรนให้สามารถท่องเที่ยวในประเทศได้อีกครั้ง

ในส่วนของหุ้นในกลุ่มอสังหาฯ คาดอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรขึ้นได้บ้าง จากการที่กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯ ออกมายื่นหนังสือขอ ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ลง หรือยกเลิกเป็นการชั่วคราว คาดจะเป็น Sentiment เชิงบวกหนุนหุ้นในกลุ่มอสังหาฯ ฟื้นตัวขึ้นได้ เป็นปัจจัยจำกัด Downside ของตลาดได้เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามวันนี้แนะนำระมัดระวังแรงขายหุ้นในกลุ่มเช่าซื้อ (KKP, TCAP และ TISCO) ตามความผิดหวังหลังกรมสรรพสามิตออกมาปฏิเสธการลดภาษีรถยนต์ลง 50% ตามคาดการณ์ของตลาดก่อนหน้า ทำให้หุ้นในกลุ่มดังกล่าวอ่อนตัวลงกดดันตลาดได้

สัปดาห์หน้าแนะนำติดตามการประชุม ECB ในวันที่ 4 มิ.ย. นี้ โดยเราคาดว่า ECB มีโอกาสปรับเพิ่มปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการ PEPP หรืออาจพิจารณาถึงการเข้าซื้อ Corporate bond ในระดับ Investment grade rating คาดจะเป็นปัจจัยบวกช่วยกระตุ้นความคาดหวังกระแสเงินทุนส่วนเกินไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง จะเป็นปัจจัยช่วยจำกัด Downside ประคองตลาดไว้ได้บ้าง

ธีมการลงทุน “Selective Play”

หุ้นแนะนำ “BH”

กลยุทธ์ Follow buy หากราคาสามารถปรับตัวขึ้นเหนือ 118.00 Target 126.00  Stop หากราคาวกตัวลงต่ำกว่า 115.00