NEWS UPDATE • RESEARCH

หุ้นไทยเคลื่อนไหวกรอบแคบรอลุ้นครม.เศรษฐกิจชุดใหม่ หลังกนง.ระบุหมดยุคดอกเบี้ยเป็นพระเอก

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.63 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ปิดที่ระดับ 1,337.35 จุด เพิ่มขึ้น 6.54 จุด (+0.49%) มูลค่าการซื้อขาย 60,357.16 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,341.23 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,326.07 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 610 หลักทรัพย์ ลดลง 744 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 435 หลักทรัพย์

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นตาม Sentiment ตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียสดใสบวกเฉลี่ยกว่า 1% เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1% เหมือนดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่บวกได้ราว 0.5% จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ที่ภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีข้อสรุป 

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันได้เร่งตัวขึ้นด้วยทำให้ไปหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ให้ขึ้นนำตลาดในวันนี้ แม้แต่หุ้นในกลุ่มแบงก์ก็ฟื้นตัวขึ้นมารับผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แถมทิ้งท้ายในทำนองที่ว่า นโยบายการเงินคงจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว ต่อไปคงจะต้องขึ้นอยู่กับการใช้มาตรการอื่น ซึ่งก็คงจะคาดหวังไปที่นโยบายการคลังที่จะเข้ามากระตุ้นมากขึ้น ซึ่งอาจเห็นภาพชัดเมื่อมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติงานแล้ว พร้อมทั้งมองว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวแต่ก็ยังเปราะบางอยู่ ซึ่งเมื่อลดอัตราดอกเบี้ยยากก็ทำให้กลุ่มแบงก์รีบาวด์ขึ้น แต่กลุ่มไฟแนนซ์ และลิสซิ่ง ยังถ่วงตลาดฯเป็นผลจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ลดเพดานดอกเบี้ยในส่วนบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล อย่างเป็นการถาวร และทางธนาคารออมสินก็จะทำธุรกิจหลายอย่างที่จะช่วยเหลือรายย่อยด้วย

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ แต่ก็คงจะแกว่งตัวในกรอบไม่กว้าง เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะต้องติดตามดู และคืนนี้ก็ให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ส่วนวันศุกร์ก็ให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯด้วย 

พร้อมให้แนวรับ 1,330 จุด ส่วนแนวต้าน 1,350 จุด 


ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ 

- CPALL  มูลค่าการซื้อขาย  3,326.57 ล้านบาท  ปิดที่  68.25 บาท  ลดลง   1.00 บาท

- PTTEP  มูลค่าการซื้อขาย  2,754.92 ล้านบาท  ปิดที่  94.25 บาท  เพิ่มขึ้น  4.75 บาท

- PTT    มูลค่าการซื้อขาย  2,384.13 ล้านบาท  ปิดที่  39.00 บาท  เพิ่มขึ้น  1.00 บาท

- AOT    มูลค่าการซื้อขาย  2,342.83 ล้านบาท  ปิดที่  49.50 บาท  ลดลง   1.75 บาท

- PTTGC  มูลค่าการซื้อขาย  1,833.67 ล้านบาท  ปิดที่  49.00 บาท  เพิ่มขึ้น  1.75 บาท