NEWS UPDATE • STOCK-DERIVERTIVE

พลังงาน-ปิโตรฯหนุนหุ้นไทยปิดสูงสุดรอบเกือบ 1 ปี วอลุ่มแสนล้าน

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดวันที่ 13 ม.ค.2564 ที่ระดับ 1,547.31 จุด เพิ่มขึ้น 7.46 จุด (+0.48%) มูลค่าการซื้อขาย 106,700.02 ล้านบาท โดยดัชนีปิดสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี ระหว่างวันหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,561.66 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,542.42 จุด

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การซื้อขายของตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายมีความผันผวน โดยดีดตัวขึ้นแรงในช่วงต้นภาคบ่ายก่อนจะอ่อนตัวลงช่วงท้ายตลาดจากแรงขายทำกำไรออกบ้างหลังดัชนีขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,555 จุด แต่ยังไม่สามารถยืนได้ ทำให้มีจังหวะของการอ่อนตัวลงมา เนื่องจากระยะสั้นตลาดยังไม่มีปัจจัยบวกหรือลบเข้ามาชัดเจน

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังรอติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/63 ของกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยออกมาในช่วงวันที่ 14-21 ม.ค.นี้ โดยเฉพาะตัวเลขหนี้เสีย รวมถึงผลประกอบการของกลุ่มอื่น ๆ และสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศ ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ที่ระยะสั้นมองว่าจะเป็นผลกระทบทางลบต่อตลาดหุ้นไทย เพราะจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าส่งผลให้เงินไหลเข้าชะลอตัวลง แต่ในระยะยาวมาตรการดังกล่าวก็จะเป็นผลดีต่อภาพรวมการลงทุน

ส่วนทิศทางการลงทุนของต่างชาติเริ่มเห็นแรงซื้อชะลอลงทั้งภูมิภาค หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ของสหรัฐพุ่งขึ้น ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าชะลอลง

อย่างไรก็ตาม วันนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้จากแรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี และแบงก์ โดยแรงซื้อที่เข้ามาในกลุ่มโรงไฟฟ้าจากคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/63 น่าจะดีจากเงินบาทแข็งค่า เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีเงินกู้สกุลต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่จึงน่าจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ในไตรมาส 1 และ 2 ยังเป็นช่วงไฮซีซั่นของกลุ่มโรงไฟฟ้าด้วย

กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบและส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/63 ก็ส่งผลดีต่อผลประกอบการที่จะออกมาด้วย

บล.ยูโอบี เคย์เฮียนฯ มองภาพรวมของตลาดแม้จะมีแรงขายออกมาบ้าง แต่ก็ยังให้น้ำหนักของตลาดในทางบวกมากกว่าลบ โดยมองว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันพรุ่งนี้ (14 ม.ค.) จะแกว่งตัวบวก-ลบในกรอบประมาณ 10 จุด โดยมีแนวต้านที่ 1,555-1,560 จุด ส่วนแนวรับที่ 1,540 จุด


5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 

- PTT      มูลค่าการซื้อขาย   5,777.01 ล้านบาท  ปิดที่    44.50 บาท  เพิ่มขึ้น   0.75 บาท

- EA       มูลค่าการซื้อขาย   5,535.71 ล้านบาท  ปิดที่    67.00 บาท  เพิ่มขึ้น   2.50 บาท

- GPSC     มูลค่าการซื้อขาย   5,442.50 ล้านบาท  ปิดที่    85.75 บาท  เพิ่มขึ้น   2.25 บาท        

- PTTEP    มูลค่าการซื้อขาย   4,270.86 ล้านบาท  ปิดที่   112.50 บาท  เพิ่มขึ้น   5.50 บาท

- KBANK    มูลค่าการซื้อขาย   2,415.03 ล้านบาท  ปิดที่   121.50 บาท  เพิ่มขึ้น   2.00 บาท