WEALTH BEING • STOCK - DERIVATIVES

หุ้นไทยปิดบวก 11.93 จุด รับอนิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ 2 ล้านล้านดอลลาร์

หุ้นไทยปิดบวก 11.93 จุด รับอนิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ชี้นโยบายการเงิน-การคลังกระตุ้นลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น มองหุ้นไทยมี Upside และ Downside ไม่มาก พร้อมแนะติดตามมาตรการภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,091.96 จุด เพิ่มขึ้น 11.93 จุด หรือ +1.10% มูลค่าการซื้อขาย 62,344.06 ล้านบาท โดยดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ทำระดับสูงสุดที่ 1,103.59 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,072.94 จุด นอกจากนี้ พบบิ๊กล็อต CPALL มูลค่าสูงสุด 184.34 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 59.28 บาท/หุ้น

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติอนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว ทำให้ดัชนีฯ สามารถขึ้นทดสอบระดับ 1,100 จุดได้ในระหว่างวัน ซึ่งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจนี้เชื่อว่ามาช่วยบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสและความเชื่อมั่นธุรกิจยังไม่ได้รับการแก้ไขชัดเจน ดังนั้น มาตรการจากทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลังจึงเป็นการกระตุ้นการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นเท่านั้น

ส่วนบ้านเรายังต้องจับตามาตรการใหม่ๆ ภายใต้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะทยอยออกมา ซึ่งจะช่วยหยุดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้หรือไม่ โดยดูที่จำนวนผู้ติดเชื้อ ดังนั้น จึงยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิดต่อไป

ส่วนเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็น -5.3% ถือว่าแรงกว่าโบรกเกอร์ทุกสำนักคาดการณ์ ซึ่งคงจะเป็นการมองกรณีเลวร้าย

อย่างไรก็ตาม หากคาดการณ์ GDP ที่ 0% จะทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาท/หุ้น ซึ่งถ้า GDP ต่ำกว่าก็จะต้องปรับลด EPS อีก ในแง่ความเสี่ยงหุ้นมอง Upside และ Downside มีไม่มาก จากที่หุ้นได้ปรับตัวลงไปมากแล้วจนหุ้นบางตัวต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ก็ยังเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ต่างติดลบ

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (27 มีนาคม 2563) นายสุโชติ กล่าวว่า ให้จับตาเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ว่าจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับได้มากแค่ไหน พร้อมให้แนวรับ 1,080-1,040 จุด ส่วนแนวต้าน 1,100-1,120 จุด  

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่          

-BAM     มูลค่าการซื้อขาย  5,212.00 ล้านบาท  ปิดที่  18.40 บาท ลดลง   0.60 บาท

-PTT     มูลค่าการซื้อขาย  4,435.20 ล้านบาท  ปิดที่  31.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

-PTTEP   มูลค่าการซื้อขาย  2,733.94 ล้านบาท  ปิดที่  67.25 บาท เพิ่มขึ้น  1.00 บาท

-ADVANC  มูลค่าการซื้อขาย  2,336.69 ล้านบาท  ปิดที่ 202.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

-CPALL   มูลค่าการซื้อขาย  2,180.86 ล้านบาท  ปิดที่  59.75 บาท เพิ่มขึ้น  0.50 บาท