THE GURU • CRYPTOCURRENCY

Decentralize Finance ระบบการเงินที่ไม่ง้อธนาคารอีกต่อไป

บทความโดย: นเรศ เหล่าพรรณราย

            กล่าวได้ว่า สิ่งที่ค้ำยันอุตสาหกรรมการเงินมาตั้งแต่อดีต นั่นคือเรื่องของความเชื่อมั่น (Trust) และความชำนาญ (Professional) ของนักการเงินและนายธนาคาร เพื่อดึงดูดให้เกิดความเชื่อใจในการนำเงินไปฝากเพื่อปล่อยกู้ต่อ หรือนำไปลงทุน

            แต่ความล่มสลายของสถาบันการเงินในอดีตที่ผ่านมา ตั้งแต่ ธนาคารแบริ่ง เลห์แมนบราเธอร์ ฯลฯ รวมถึงการฉ้อฉลต่างๆ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดและความตั้งใจของมนุษย์ ผู้ซึ่งเรียกตัวเองว่านักการเงินทั้งสิ้น

            ไม่นับรวมช่องโหว่งในระบบการเงินแบบปิด หรือแบบที่มีศูนย์กลางจัดการ (Centraized) ที่ทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มในโลกไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงต้องจ่ายส่วนต่างหรือค่าธรรมเนียมที่แสนแพง

            Decentralize Finance หรือ Defi เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา โดยมีคอนเซ็ปต์คือการที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้ โดยไม่มีคนกลางเป็นคนจัดการ

            แต่ใช้บล็อกเชนและสมาร์ตคอนแทร็กต์ในการจัดการแทน โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ Ethereum ในการทำธุรกรรม รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นที่เกิดขึ้นมาใหม่เพื่อใช้สำหรับ Defi โดยเฉพาะ

            การตัดการตัดสินใจโดยคนออกไป จะช่วยลดปัญหาการฉ้อโกงลงไปได้ โดยอยู่ภายใต้แพลตฟอร์มและระบบที่ทำงานโดยสมาร์ตคอนแทร็กต์ที่ไม่สามารถแทรกแซงได้ รวมถึงการตัดคนกลางออกไปจะช่วยให้ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการทำธุรกรรมลดลง

            Decentralize Finance มีบริการต่างๆ เช่นเดียวกับธนาคาร โดยบริการที่ถูกจับตาว่าจะเข้ามาแทนที่ระบบการเงินปกติมากที่สุดก็คือ Lending หรือการกู้ยืมกันเองแบบ Peer-To-Peer โดยไม่มีนายธนาคารเข้ามาตัดสินใจแทน

            ผู้ที่มีเงินสดเหลือต้องการที่จะสร้างผลตอบแทนการลงทุน ก็เพียงแค่นำไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่รองรับธุรกรรม Lending จากนั้นนำไปฝากไว้บนแพลตฟอร์มที่ให้บริการ

            ผู้ที่ต้องการกู้เงิน จะต้องฝากสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเองไว้บนแพลตฟอร์มเช่นกัน เพื่อเป็นการค้ำประกันในการขอกู้ เมื่อใดที่ไม่มีการชำระคืน สมาร์ตคอนแทร็กต์ที่ได้ตั้งไว้จะทำการยึดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มาค้ำประกันเอาไว้

             จะว่าไปแล้วนี่คือโรงรับจำนำในยุคดิจิทัลนั่นเอง

          การปล่อยกู้รูปแบบดังกล่าวเข้ามาแก้ไข Pain Point ของการปล่อยกู้ในปัจจุบันที่กลุ่มผู้เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unbank) ที่ยังมีอยู่นับพันล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สาม หรือแม้แต่ผู้ที่มีบัญชีธนาคารบางครั้งยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้

          นอกจากการกู้ยืมแล้ว ธุรกรรมบน Defi ยังมี DEX (Decentralize Exchange) หรือ Exchange ที่เป็นตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีการกักเก็บทรัพย์สินของลูกค้าเอาไว้ รวมไปถึงธุรกรรมอย่าง จัดการกองทุน, ระบบชำระเงิน, ตราสารอนุพันธ์ หรือแม้แต่ Lottery !! เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่สถาบันการเงินมีเพียงแค่ทำงานอย่างไม่มีคนกลางเท่านั้น

          ณ เวลาปัจจุบันคือกลางเดือนกรกฎาคม 2563 มูลค่าสินทรัพย์ของอุตสาหกรรม Decentralize Finance ทั่วโลกอยู่ที่ระดับ 2,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 64,000 ล้านบาท อาจจะเห็นว่าไม่สูงมาก แต่เมื่อต้นปี 2563 ยังมีมูลค่าเพียง 700 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่าเติบโตขึ้นกว่าสองเท่าในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น

            อย่างไรก็ตาม Defi ยังมีข้อบกพร่องไม่น้อย ตั้งแต่ความปลอดภัยในการใช้งาน ตลอดจนอัตราผลตอบแทนและดอกเบี้ยที่ยังไม่นิ่ง เนื่องจากยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก

            แต่ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ไร้คนกลาง รวมถึงการเชื่อมต่อถึงกันทั่วโลกที่สามารถแก้ไข Pain Point ของระบบการเงินได้ในบางส่วน น่าจะเป็นปัจจัยผลักดันให้ Defi สามารถเติบโตได้ในช่วงเวลาหลังจากนี้ แต่จะโตไปได้ถึงระดับไหนต้องติดตามกันต่อไป

เกี่ยวกับนักเขียน

นเรศ เหล่าพรรณราย Co-Founders SCN Media Pte.Ltd ฟินเทคด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีเครือข่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คอลัมนิสต์ด้านฟินเทคและวิทยากรด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน