THE GURU • FENG SHUI TIPS

กดจุดเยียวยารักษา 5 โรคยอดฮิตในชีวิตประจำวัน

บทความโดย: กชกร พรมไชย

                ปราชญ์ชาวจีนเชื่อว่า การหายใจลึกๆ สูดรับเอาลมหรืออากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเป็นประจำทุกวันนับเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจ เพราะเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการเหนี่ยวนำพลังชี่ (ลมปราณ) อันแข็งแกร่ง หรือพลังงานที่ดีจากจักรวาลเข้าสู่ร่างกายเรา

                แต่การกดจุดบนฝ่ามือเพื่อเยียวยารักษาโรคนั้นสำคัญยิ่งกว่า ทั้งนี้ เพราะการกดจุดต่างๆ ถือเป็นการช่วยกระตุ้นให้อากาศ หรือระบบลมหายใจสามารถไหลเวียนผ่านอวัยวะภายในร่างกายได้อย่างดีสมดุลไม่บกพร่อง ย่อมส่งผลทำให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดีและอายุยืน

               พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันก็เช่นกัน ทั้งการยืน การนั่ง การนอน และการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่ถูกจังหวะ ในท่วงท่าแต่ละครั้ง อาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยต่ออวัยวะบางส่วนในร่างกายได้ ตัวอย่างเช่น การนั่งก้มหน้าดูจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือนั่งทำงานตัวงอหลังไม่ตรง หรือเพ่งสายตาอ่านหนังสือในที่ที่แสงสว่างไม่เพียงพอ หรือยกของหนักเกินไป หรือออกกำลังกายโลดโผนผิดจังหวะ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้รู้สึกปวดเมื่อยมึนงงศีรษะ จนไปถึงการปวดตา ปวดบ่าไหล่หลัง และปวดแขนขาลงไปถึงเท้า เป็นต้น 

               และในช่วงเวลานี้ที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดติดต่อกันไปทั่วโลกจนทำให้ผู้คนต้องกักตัวอยู่กับบ้าน จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราควรมาใส่ใจดูแลสุขภาพกัน “การกดจุดเยียวยารักษา 5 โรค ยอดฮิตในชีวิตประจำวันกัน” จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดิฉันขอแนะนำค่ะ

               ด้วยวิธีการดังนี้ ให้เอานิ้วหัวแม่มือกดคลึงบริเวณจุดต่างๆ ตามรูปในกรอบสี่เหลี่ยม ให้กดนานครั้งละ 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 3 นาที ทำวันละ 1-2 ครั้ง ให้ทำทั้งมือซ้ายและมือขวาสลับกันไป

 

1) ปวดศีรษะ : ข้อแรกของนิ้วโป้ง

               บางครั้งหากคุณตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นทั้งที่นอนเป็นเวลานานก็ตาม และรู้สึกมึนงง หรือปวดศีรษะแสดงว่าคุณมีปัญหาสุขภาพอ่อนแอในบริเวณส่วนศีรษะ พยายามเลี่ยงความเครียดทั้งปวง รับประทานเช้าให้ครบห้าหมู่ และเยียวยารักษาด้วยการกดจุดคลึงรอบบริเวณข้อแรกของนิ้วโป้ง ให้กดนานครั้งละ 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 3 นาที ทำวันละ 2-3 ครั้ง ให้ทำทั้งมือซ้ายและมือขวาสลับกัน เป็นการกระตุ้นให้ลม น้ำเลือดไหลเวียนในส่วนนี้ดีขึ้น จะช่วยทำให้คุณรู้สึกสมองโปร่งโล่งตื่นตัว กระปรี้กระเปร่าสดชื่นขึ้น มีอารมณ์ดี และหายมึนงงปวดศีรษะดีขึ้น



                    

 2) ปวดตา : บริเวณรอยต่อข้อนิ้วมือที่ 2 กับ 3 ของนิ้วชี้ นิ้วกลาง และ นิ้วนาง

               ในเวลาที่คุณใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานานโดยเฉพาะกับแสงที่จ้าเกินไป หรือแสงสว่างน้อยไป อาจทำให้คุณรู้สึกปวดเมื่อยล้ารอบดวงตา มองเห็นเบลอ หรือเห็นเป็นภาพซ้อนไม่ค่อยชัดเจน แสบตา และบางครั้งอาจมีน้ำตาไหล แสดงว่าดวงตาของคุณต้องการพักผ่อน ให้หลับตาลงสักพัก พร้อมกรอกกลิ้งลูกตาขึ้นลง แล้วไปซ้ายขวา

และเยียวยารักษาด้วยการกดคลึงบริเวณรอยต่อข้อที่ 2 กับ 3 ของนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ให้กดนานครั้งละ 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 3 นาที ทำวันละ 2-3 ครั้ง ให้ทำทั้งมือซ้ายและมือขวาสลับกัน เป็นการกระตุ้นให้ต่อมน้ำตาทำงานปกติ และระบบเลือดไหลเวียนในส่วนนี้ดีขึ้น จะช่วยทำให้คุณรู้สึกหายปวดเมื่อยดวงตา และสามารถมองเห็นชัดเจนขึ้น



                     


3) ปวดบ่า : บริเวณรอยต่อรอบข้อนิ้วมือที่ 2 กับ 3 ของนิ้วชี้

               บางครั้งในการยกของหนัก หรือของไม่หนักแต่ท่าทางทำผิดจังหวะสรีระ หรือนั่งพิมพ์งานคอมพิวเตอร์นานๆ คุณจะไม่รู้สึกตัวว่าปวดบ่าจนกว่าเสร็จงานแล้วจึงจะรู้สึกปวดเมื่อยตามบ่าไหล่ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าว ที่จะทำให้คุณได้รับอันตรายเจ็บป่วยได้ง่าย พร้อมกับเยียวยารักษาโรคด้วยการกดจุดรอบบริเวณข้อต่อกระดูกของนิ้วชี้ ให้กดนานครั้งละ 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 3 นาที ทำวันละ 2-3 ครั้ง ให้ทำทั้งมือซ้ายและมือขวาสลับกัน เป็นการกระตุ้นให้ลม น้ำเลือดไหลเวียนในส่วนนี้ดีขึ้น จะช่วยทำให้คุณรู้สึกหายปวดบริเวณบ่าไหลได้ดีขึ้น

                     



                    

                    

4) ปวดหลัง : บริเวณตั้งแต่สันนิ้วโป้งข้อที่ 2 ไปจนถึงข้อพับแขน

                โรคปวดหลัง ถือเป็นโรคยอดฮิตอีกโรคหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยกับคนทำงานในปัจจุบัน ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดจังหวะ หรือทำพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะการทรงตัวที่ไม่ตรง ในการนั่ง นอน ยืน และการเคลื่อนไหวร่างกายอื่นๆ ที่ผิดจังหวะ ส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลังซึ่งเป็นแกนหลักของร่างกายอาจทำให้ผิดปกติเกิดโรคภัยเจ็บป่วยได้ เช่น กระดูกทับเส้น หมอนรองกระดูกเลื่อน เป็นต้น

                 จากรูปข้างบนจะเห็นว่า กระดูกสันหลังแบ่งออกเป็นสี่ส่วนคือ ส่วนที่ 1 เป็นกระดูกสันหลังส่วนคอส่วนที่ 2 เป็นกระดูกสันหลังช่วงทรวงอก ส่วนที่ 3 เป็นกระดูกสันหลังช่วงเอวและส่วนที่ 4 เป็นกระดูกสันหลังส่วนก้นกบ ดังนั้นหากคุณรู้สึกปวดเมื่อยหรือเจ็บตรงไหนก็ให้กดจุดเน้นตรงนั้นบ่อยๆ เช่น หากรู้สึกปวดบั้นเอว ก็ให้กดจุดนวดคลึงบริเวณสันมือตรงหมายเลข 3 ให้กดนานครั้งละ 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 3 นาที ทำวันละ 2-3 ครั้ง ให้ทำทั้งมือซ้ายและมือขวาสลับกัน เป็นต้น เช่นเดียวกันหากปวดเมื่อยส่วนไหนก็ให้กดจุดนวดคลึงตรงหมายเลขนั้นๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลม น้ำ และเลือดไหลเวียนในส่วนนี้ดีขึ้น จะช่วยทำให้คุณรู้สึกหายปวดหลังได้ดีขึ้น



                    5) ปวดแขน ปวดขา : บริเวณข้อนิ้วมือที่ 2 ขึ้นไปถึงปลายนิ้วชี้ และนิ้วนาง

                บ่อยครั้งที่คุณนั่งอยู่เบาะหน้ารถแล้วยื่นแขนไขว้ไปหยิบของที่อยู่เบาะหลังอย่างผิดจังหวะ แล้วเกิดอาการแขนเคล็ด หรือเวลาเดินอยู่เกิดเท้าพลิก หรือปวดเข่าเนื่องจากมีน้ำหนักตัวมากเกินไป รวมถึงการออกกำลังกายโลดโผนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบริเวณแขนขาได้ ดังนั้น คุณต้องระวังการใช้แขนขาในชีวิตประจำวันของคุณให้ดี มีอาการปวดเมื่อยเจ็บปวดบริเวณแขนก็ให้เยียวยารักษาด้วยการกดจุดบริเวณข้อนิ้วมือที่ 2 ขึ้นไปถึงปลายนิ้วชี้





               และหากปวดขาถึงเท้าให้กดจุดบริเวณบริเวณข้อนิ้วมือที่ 2 ขึ้นไปถึงปลายนิ้วนางให้กดนานครั้งละ 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 3 นาที ทำวันละ 2-3 ครั้ง ให้ทำทั้งมือซ้ายและมือขวาสลับกัน เป็นการกระตุ้นให้ลม น้ำ และเลือดไหลเวียนในส่วนนี้ดีขึ้น จะช่วยทำให้คุณรู้สึกหายปวดแขนขาได้ดีขึ้น

               การหายใจลึกยาวรับเอาอากาศบริสุทธิ์เป็นประจำ ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ออกกำลังกายนิดหน่อย และฝึกพฤติกรรมให้นั่ง นอน ยืน ด้วยตัวยืดตรง พร้อมการกดจุดบนฝ่ามือเพื่อเยียวยารักษา 5 โรค ยอดฮิตเป็นประจำ ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นการช่วยปรับสมดุลร่างกายทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายกาย สบายใจมีความสุข และมีสุขภาพดีแข็งแรงในชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

เกี่ยวกับนักเขียน

กชกร พรมไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย ที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ยให้กับบริษัทชั้นนำและส่วนบุคคล ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย ทั้งยังเป็นผู้จัดทำหนังสือศาตร์แห่งฮวงจุ้ยบ้าน หนังสือการพยากรณ์ดวงชะตา 12 นักษัตรกับฮวงจุ้ยประจำปี และจัดทำปฏิทินมงคล 8 ประการ ที่รวมเอาฤกษ์มงคลในเรื่องขึ้นบ้านใหม่ ออกรถใหม่ เป็นต้น ไว้ในแผ่นเดียว

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน