THE GURU • INVESTMENT

One Up on Balance Sheet ทำไมงบดุล Fed เองก็ไม่เคยเหลียวหลังเช่นตลาดหุ้น

บทความโดย: FINNOMENA

หากตลาดหุ้นไม่เคยเหลียวหลังหันกลับไปมองในระยะยาว Balance Sheet (งบดุล) ของ Fed เองก็ดูจะเป็นเช่นนั้นไม่ต่างกัน บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจกันว่า เพราะ อะไร Fed ถึงขยายงบดุลได้แบบไม่จำกัดและทำ QE ได้แบบไม่หยุดยั้ง รวมถึงจุดสิ้นสุดของการพองงบดุลนี้ด้วย

 

ทำไม Balance Sheet ของ Fed ถึงเพิ่มขึ้นแบบไม่สิ้นสุด


วงสีแดงวงแรกเป็นการขยายตัวของ Balance Sheet ช่วงปี 2008 โดยวงที่สองเป็นการขยายตัวช่วงล่าสุด แสดงให้เห็นถึงการเข้าซื้อสินทรัพย์เพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบจำนวนมาก ที่มา: federalreserve.gov


ถ้าถามว่าทำไมก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2008 ที่ Balance Sheet ของ Fed เองขยายตัวขึ้นมาค่อนข้างโดดเด่น และถ้าถามว่าเป็นเพราะอะไร? ก็คงเป็นเพราะว่าเจ้าตัว Fed เองเหลือกระสุนสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างจำกัด (ดอกเบี้ยยิ่งตำ่ยิ่งหนุนการกู้ยืม ให้คนนำเงินทุนที่กู้ไปขยายธุรกิจเพิ่มเติม และทำให้เศรษฐกิจเติบโต รวมถึงลดแรงกดดันในการชำระหนี้ของลูกหนี้ด้วย) จึงทำให้ทาง Fed ต้องใช้การทำ QE หรือการซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อคืนเงินให้กับผู้ถือพันธบัตรเอาไปจับจ่ายใช้สอยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่องต่อไป หรือจะพูดง่ายๆ ว่าการใช้ดอกเบี้ยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอเพราะ มันเหลือน้อยมาก ๆ ทาง Fed จึงต้องอัดเงินเพิ่มอีกแรงก็ว่าได้

 

ทำไม Balance Sheet ของ Fed ถึงขยาย (พองโต) ได้เรื่อยๆ


จากภาพจะเห็นได้ว่าสัดส่วนเงินดอลลาร์มีผู้ถือครองจำนวนมาก ที่มา:share.america.gov


หลายๆ คนคงรู้ๆ กันอยู่แล้วว่าไม่ว่าเราจะซื้อของหรือไปโต๊ะแลกเงินที่ต่างประเทศเอง ส่วนใหญ่เค้าก็ใช้หรืออยากได้เงินดอลลาร์กันทั้งนั้น หรือจะเรียกได้ว่าเงินดอลลาร์ เป็นสกุลเงินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับอย่างมากก็ว่าได้

ส่วนเหตุผลว่าเพราะอะไรค่าเงินดอลลาร์ถึงได้สถานะสุดพิเศษนี้มา ก็คงมาจากช่วงสงครามโลกที่อเมริกาชนะสงคราม และเป็นผู้ถือครองทองคำในจำนวนมาก ซึ่งในตอนช่วงสงครามนั้นหลาย ๆ ประเทศต่างก็พิมพ์เงินออกมาเพื่อสนับสนุนภาวะสงครามจนค่าเงินอ่อนค่าตามๆ กันไป จนทำให้ทองคำถือว่าเป็นสิ่งที่ลํ้าค่ามากๆ ในช่วงนั้นทางสหรัฐจึงใช้โอกาสให้หลาย ๆ คน นำเงินดอลลาร์มาแลกกับทองคำ จึงทำให้ผู้คนใช้เงินดอลลาร์กันอย่างแพร่หลาย

จนมาถึงจุดหนึ่งที่อเมริกาแทบไม่เหลือทองคำให้แลกเปลี่ยนอีกต่อไป ในช่วงถัดมาทางอเมริกาจึงตัดสินใจเปลี่ยนระบบให้เงินดอลลาร์สามารถพิมพ์ออกมาได้เรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพราะ ตอนนั้นใครๆ ก็ใช้ดอลลาร์ไปเรียบร้อยแล้ว และการที่ค่าเงินดอลลาร์เป็นที่ยอมรับและนำมาสู่การพิมพ์ได้แบบไร้ขีดจำกัดนี้เอง ก็เป็นเหตุผลที่มาที่ไป ที่ทำให้ Fed ขยาย Balance Sheet ได้เรื่อยๆ แบบไม่มีหยุดพัก

 

จุดสิ้นสุดของ Fed’s Balance Sheet อยู่ที่ตรงไหน?

ทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นก็ย่อมมีจุดจบ มนุษย์เราเองก็ต้องมีช่วงที่เกิดมาอยู่ในโลกแห่งความฝัน (วัยเด็ก) โตมาทำงานใช้ชีวิต มีครอบครัว (วัยกลางคน) ไปจนถึงจุดอิ่มตัว (วัยชรา) ธุรกิจเองก็ไม่ต่างกันมีช่วงที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว มาจนถึงช่วงที่ไม่สามารถขยายได้อีกต่อไปและก็ถึงจุดอิ่มตัวที่ไปเรื่อย ๆ แบบเนือย ๆ

ส่วนความเป็นมหาอำนาจเองก็มีจุดจบเช่นกัน หากเราลองมาคิดดูง่าย ๆ เมื่อวันที่เราถึงจุดอิ่มตัว จนมีทุกอย่างเพรียบพร้อมสะดวกสบาย เราก็คงไม่อยากดิ้นรนอะไรมาก ใช้ชีวิตสบาย ๆ แต่การผ่อนแรงนี้เองก็เปิดโอกาสให้ประเทศที่มีความฝัน ความทะเยอทะยาน อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแทรกตัวขึ้นมาได้ ซึ่งหากประเทศเหล่านี้แซงหน้าอเมริกาขึ้นมาและค่อย ๆ แทรกแซงความยิ่งใหญ่ของสกุลเงินดอลลาร์ก็อาจจะจบลงเช่นกัน

อีกหนึ่งเรื่องที่บอกใบ้ถึงจุดจบได้ก็คือ การที่อัตราดอกเบี้ยของทาง Fed เองแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ลดอีกต่อไป และหากการถดถอยครั้งต่อไปกลับเข้ามา หรือมีปัจจัยที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกครั้ง การลดดอกเบี้ยก็อาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และอาจทำให้ Fed ต้องซื้อสินทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อไป เพราะ คงไม่มีรัฐบาลชุดไหน ยอมเฉือนเนื้อตัวเองไม่ออกมาตรการกระตุ้นใด ๆ ปล่อยให้เศรษฐกิจยํ่าแย่ และเปิดพื้นที่ให้ดอกเบี้ยกลับมาขึ้นอีกครั้งเพื่อเก็บกระสุน


จากภาพจะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายของ Fed แทบไม่เหลืออีกต่อไป จึงอาจเป็นเหตุผลที่ต้องใช้การทำ QE จำนวนมาก ที่มา: fred.stlouisfed.org

 

หรืออาจจะพูดได้ว่าทางเลือกของ Fed ตอนนี้มีเพียงแต่ พิมพ์และซื้อเท่านั้น

และการทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ก็อาจทำให้ Fed มีฐานะการเงินอันน่าสงสัย และหากในจุด ๆ หนึ่งที่หนี้สินของ Fed มีจำนวนมากเกินตัวที่จะจ่ายไหว เรื่องที่น่าตั้งคำถามถัดไปก็คือ ประเทศอื่น ๆ จะยังไว้ใจใน ดอลลาร์สหรัฐอีกหรือไม่? และค่าเงินมหาอำนาจแห่งยุคนั้นถึงเวลาที่ต้องลงจากตำแหน่งสละบัลลังก์แล้วหรือยัง? ผมก็ขอฝากคำถามเหล่านี้ไว้ให้ทุกคนลองคิดดูกันครับ

 

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

Mr. Serotonin

แผนการเงินที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งชี้วัดภายในของหลายๆ คน หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีเป้าหมายนี้ ก็สร้างแผนลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายๆผ่าน https://finno.me/moneyandbanking





เกี่ยวกับนักเขียน

FINNOMENA FINNOMENA อยากให้นักลงทุนได้ปลดล็อค “ศักยภาพ” ในฐานะนักลงทุนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวคุณเอง เพราะสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่านักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ลงทุนตามคำบอกของคนอื่น แต่คือนักลงทุนที่มีความรู้ความสามารถในการลงทุนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน