THE GURU • INVESTMENT

Elon Musk กับหุ้น Moonshot ของเขา

บทความโดย: FINNOMENA

วิกฤติครั้งนี้คงเป็นที่จดจำไปอีกนาน และคงนำไปเป็นเรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่นได้ดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ New Normal อย่างการใส่หน้ากากกันทั่วเมือง พลังอานุภาพของ Fed ที่อัดฉีดเงินได้อย่างเหลือเชื่อ หรือแม้แต่หุ้นเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างโดดเด่นท่ามกลางวิกฤติ และหนึ่งในหุ้นที่ติดตราตึงใจใครหลาย ๆ คนในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นหุ้น Tesla ของ Elon Musk ที่วิ่งราวกับไปแตะดวงจันทร์ บทความนี้จะพาไปสืบค้นธุรกิจ Tesla และเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมาราคาถึงเติบโตแบบไม่เห็นฝุ่น


ภาพแสดง Moonshot ราคาหุ้นของ Tesla ที่มา: Tradingview วันที่ 21 กรกฎาคม 2020

 

นับจากจุดตํ่าสุดเมื่อปี 2019 หากคุณเข้าซื้อหุ้น Tesla คุณจะทำผลตอบแทนได้เกือบ 1,000%! และหากคุณซื้อช่วงที่เกิดวิกฤติ COVID-19 หุ้น Tesla จะทำผลตอบแทนได้ราว ๆ 300%! หรือจะพูดได้ว่า Elon Musk ประสบความสำเร็จในการสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนกับนวัตกรรมสุดลํ้าของเขา จนพาราคา Tesla ไปแตะดวงจันทร์ได้สำเร็จ


ปัจจุบัน Tesla ทำธุรกิจอะไร?

เทคโนโลยีหรือรถยนต์?”

หากได้ยินชื่อ Tesla แบบผ่าน ๆ หูหลาย ๆ คนคงคิดกันไปว่า Tesla นั้นคือบริษัท ที่เน้นหนักเทคโนโลยี กันเป็นแน่ เพราะ ทาง Elon Musk เองก็นำไอเดียสุดลํ้ามานำเสนอเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า แผงโซล่าร์เซลล์พลังงานทดแทน หรือแม้แต่แผนการตั้งอนานิคมบนดาวอังคารของ SpaceX ที่ฟังเผิน ๆ แล้วอาจจะดูทับซ้อนกับ Tesla ทั้งที่จริง ๆ เป็นคนละบริษัทกัน

แต่แท้จริงแล้ว Tesla อาจดูเหมือนบริษัท ผลิตรถยนต์เสียมากกว่า เพราะ ยังใช้ต้นทุนในการผลิตที่สูง และยังไม่ได้มีส่วนต่างกำไรแบบเหนือชั้น เช่น ธุรกิจซอฟต์แวร์อื่น ๆ รวมถึงข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า รถยนต์นั้นยังเป็นสินค้าตามวัฎจักรเศรษฐกิจ ที่ถึงแม้เราไม่ได้มาครอบครอง ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

อีกหนึ่งส่วนคาบเกี่ยวก็คือนวัตกรรมรถยนต์ที่อาจจะดูเหนือชั้นกว่ารถยนต์ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่พลังงานที่มีอายุยืนยาวกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป หรือระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น ซึ่งหากผู้คนได้ยินดังนี้คงจะสับสนไม่ใช่น้อย


ภาพแสดงระยะทางสูงสุดจากแบตเตอรี่รถยนต์ของ Tesla ในรถรุ่น Model S และ Model X ที่มา: tesla.com



ภาพแสดงจำนวนเคสอุบัติเหตุที่ลดลงจากระบบไร้คนขับ ที่มา: tesla.com

 

และหากเรามาดูที่ Gross Margin* (TTM**) (อัตราส่วนกำไรขั้นต้น) Tesla ของ Elon Musk ก็ยังทำได้อยู่ที่ 18.20%


ภาพแสดง Financial ratios ของ Tesla ที่มา: investing.com

 

ซึ่งถ้าเทียบกับหุ้นเทคให้บริการค้าขายออนไลน์เป็นหลักอย่าง Amazon ที่มี Gross Margin (TTM) ที่ 40.64% ก็อาจจะยังดูห่างไกลเสียเหลือเกินและอาจจะยังดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไร ถ้าจะเอาไปเปรียบเทียบ

 

ภาพแสดง Financial ratios ของ Amazon ที่มา: investing.com

 

*ยอดขายหลังหักต้นทุนการขาย

**ย้อนหลัง 4 ไตรมาสหรือ 1 ปีย้อนหลัง


หากสรุปรวมๆ Tesla อาจยังเป็นบริษัทรถยนต์ที่พยายาม Disrupt อุตสาหกรรมนี้โดยใช้เทคโนโลยีเสียมากกว่า หรือจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมระหว่างเทคโนโลยีกับยานยนต์ 


ช่วงที่ผ่านมานักลงทุนคาดหวังอะไรจาก Tesla

เร็วๆ นี้ทาง Tesla เองก็ได้มีการประกาศงบออกมา ซึ่งก็ยังออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด แต่เรามาลองดูข้อมูลที่ผมแกะมาจากรายงานการประชุม (Earnings call) ล่าสุดกันว่า ผู้คนนั้นคาดหวังอะไรจาก Tesla หรือยังกังวลเรื่องอะไรกันอยู่บ้าง


ความคาดหวังและความกังวล

เรื่องแรกก็คือ เรื่องของต้นทุนต่าง ๆ ที่จะทำให้ Tesla ทำกำไรได้มากขึ้น ซึ่งการตอบคำถามของผู้บริหารต่าง ๆ ดูจะพูดไปในเชิงระยะยาวเสียมากกว่า ถึงแม้จะมีการเน้นยํ้าการลดต้นทุนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนในระยะสั้นก็มีการเคลมว่าต้นทุนการผลิตยังลดลงเรื่อยๆ ระบบ Self-driving หรือรถยนต์ไร้คนขับที่ล่าสุดได้มีการทดสอบ ในพื้นที่แคบ ๆ ซึ่งยังออกมาดีกว่าคาดแต่ยังไม่เพอร์เฟค โดยตั้งเป้าว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปีนี้ แต่ถึงอย่างนั้นทางเจ้าตัว Elon Musk เองก็ยังพูดในที่ประชุมว่า

 

ผู้คนที่มีความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับ AI มากที่สุดคือคนที่ฉลาดมาก ๆ เพราะ พวกเขายังไม่เข้าใจว่า คอมพิวเตอร์นั้นฉลาดกว่าพวกเขามาก ๆ เช่นกัน” – Elon Musk

 

หรือจะสื่อเป็นนัยๆ ว่าการพัฒนา AI ไม่ได้ทำได้ง่ายขนาดนั้น มันฉลากและลึกลับซับซ้อนกว่าที่เราคิดอีกเยอะ… ดังนั้นหลักๆ แล้วสิ่งเราควรจับตามองหลักๆ อาจจะเป็นเรื่องของต้นทุนและการพัฒนา Self-driving เป็นหลัก ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ จริงๆ แล้วไตรมาสนี้ก็มีเรื่องดี ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตท่ามกลางวิกฤติ, การพัฒนา Self-driving ที่มีความคืบหน้า, สามารถขึ้นราคา Model Y ได้ (คนอาจจะให้ Value มากขึ้น) แต่ในมุมมองผมแล้วเราประเมินไปข้างหน้าน่าจะดีกว่า เพราะ การลงทุนนั้นเราลงกับความคาดหวังในอนาคตไม่ใช่ปัจจุบัน


เราคาดหวังกันมากไปหรือเปล่า?

สำหรับนักลงทุนสาย VI เชิงมูลค่า อาจจะไม่ค่อยถูกใจกับสิ่งนี้เท่าไรนัก เพราะ ถึงแม้ที่ผ่านมาทาง Tesla จะมีผลประกอบการแบบไหน ความคาดหวังถึงสตอรี่ความสำเร็จของนักลงทุนที่จับตามองก็ดูจะไปไกลแสนไกล หากเทียบกับความสำเร็จของบริษัทในตอนนี้

หากนึกถึงภาพย้อนไว ๆ ที่คล้าย ๆ กันก็คงเป็นช่วงวิกฤติดอทคอมปี 2000 ที่หุ้นเทคโนโลยีเอง ดูจะไร้เหตุผลไปซะหมด โดยบริษัทที่ยังไม่มีพื้นฐานกำไรให้เห็นก็ทำราคาเติบโตไปได้อย่างร้อนแรง

อีกหนึ่งความคาดหวังที่พอจะเป็นไปได้ก็คือคาแรคเตอร์ของ Founder อย่าง Elon Musk ที่มีแนวคิดลํ้าสมัย และเป็นคนที่มีสไตล์มากพอจนผู้คนถึงขนาดไหนเอาไปพูดกันว่าคล้ายคลึงกับ Steve Job อดีต CEO ของ Apple ที่สร้างตำนานเปลี่ยนโลก ผลิตสินค้าที่ติดตราตึงใจผู้คน จนถึงขั้นที่ว่าแม้จะขึ้นราคาแค่ไหนคนก็ยอมจ่ายให้กับ Iphone Ipad หรือแม้แต่ Macbook เอง

 แต่หากผมถามคุณนักลงทุนทุกท่านว่าระหว่าง ระหว่าง Airpods, Iphone รุ่นใหม่ล่าสุดกับรถรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Tesla คุณจะเลือกซื้ออะไร

คำตอบจะเป็นอะไรคงอยู่ที่คุณเลือก แต่ผมเชื่อว่าผู้คนยังศรัทธาใน Apple มากกว่าอยู่ดี ดังนั้น Tesla อาจจะยังไม่อยู่ในจุดที่สินค้ามี Value (เป็นวงกว้าง) จนขึ้นราคาเท่าไรก็ได้ หรือผลิตยังไงก็มีคนซื้อ แต่ในอนาคตยาว ๆ ก็ไม่แน่ครับ

หากคิดในระยะสั้นๆ การที่ราคาหุ้น Tesla พุ่งแรงยิ่งกว่า Apple มันก็อาจจะยังดูไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไร

ดังนั้น จังหวะที่ดีอาจจะเป็นจังหวะที่ Tesla ทำผลงานได้ผิดความคาดหวังจนเกิดเป็นจังหวะย่อซื้อให้เราได้สะสม สำหรับนักลงทุนที่สนใจในธุรกิจที่มีความลํ้าหน้าและมีสตอรี่แห่งอนาคต


หากสนใจลงทุนในกองทุนที่มี Tesla มีกองทุนอะไรบ้าง

หากใครสนใจที่จะลงทุนระยะยาวในกองทุนคุณภาพเยี่ยมที่ตอนนี้ถือหุ้น Tesla อยู่ หลัก ๆ กองทุนที่ว่าก็จะมีตามนี้ครับ

ถ้าใครคันมือไม่ไหวแล้วอยากจัดก็ได้ครับ แต่สำหรับผมรอก่อนน่าจะดีกว่านะ ไม่ก็เหลา ๆ เข้าซอย ๆ ลงทุนยาว ๆ

 

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

Mr. Serotonin


แผนการเงินที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งชี้วัดภายในของหลายๆ คน หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีเป้าหมายนี้ ก็สร้างแผนลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายๆผ่าน https://finno.me/moneyandbanking




เกี่ยวกับนักเขียน

FINNOMENA FINNOMENA อยากให้นักลงทุนได้ปลดล็อค “ศักยภาพ” ในฐานะนักลงทุนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวคุณเอง เพราะสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่านักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ลงทุนตามคำบอกของคนอื่น แต่คือนักลงทุนที่มีความรู้ความสามารถในการลงทุนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน