THE GURU • INVESTMENT

ลงทุน HERO ETF อย่างไร ให้ได้ราคาตลาด

บทความโดย: ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

กระแสลงทุน HERO ETF’ ถูกพูดถึงเมื่อไม่นานมานี้ กำลังเป็น Thematic ETF ที่มีความน่าสนใจและมีช่องทางให้ลงทุนหลากหลาย แล้ว HERO ETF คืออะไร 

            Global X Video Games & Esports ETF (HERO) เป็น Passive ETF อยู่ในตลาดหุ้น Nasdaq มีนโยบายลงทุนให้ผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง Solactive Video Games & Esports Index รวบรวมมากกว่า 50 บริษัทในธุรกิจเกมและอีสปอร์ตทั่วโลก แต่ถ้าถามว่าทำไมต้องลงทุน HERO ETF’ บทความนี้ ผมได้สรุปมาให้คุณแล้ว

ส่องผลตอบแทนของ HERO ETF

            HERO ซื้อขายในตลาดหุ้น Nasdaq มาตั้งแต่ 25 ตุลาคม 2562 ผลตอบแทนปีแรก +9.12% เมื่อเจอวิกฤต Covid-19 ครั้งแรกปี 2563 ราคา HERO ดิ่งลงไปตามตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า ผลตอบแทนรวมในปี 2563 ของ HERO เป็นไปอย่างดีเยี่ยม ไปได้สูงถึง +91.03% ในปีเดียว แรงหนุนจากมาตรการล็อกดาวน์ทั่วโลก ผู้คนทั่วโลกต้องใช้เทคโนโลยีในการดำรงชีวิต การเล่นเกมจึงเป็น 1 ในกิจกรรมคลายเครียดในช่วงล็อกดาวน์ได้เป็นอย่างดี

            ส่งผลให้ต้นปี 2564 เดือนกุมภาพันธ์ ราคา HERO ทำจุดสูงสุดที่ 36.95 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดอีกเช่นกันว่า หลังจากนั้นทิศทางราคาของ HERO เป็นขาลง จนทำให้ปี 2564 ผลตอบแทนของ HERO อยู่ที่ -8.37%

            คุณคงสงสัยว่า ทำไมผลตอบแทน HERO ลดลง ทั้งๆ ที่ Covid-19 ยังระบาดอีกหลายๆ รอบ หลายๆ บริษัทที่อยู่ในธุรกิจเกมและอีสปอร์ต มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาเทคโนโลยีและอิทธิพลของโลกดิจิทัล ดังนั้นหุ้นในธุรกิจเกมและอีสปอร์ต ถูกจัดว่าเป็นหุ้นเติบโต (Growth Stock) เหมือนกับหุ้นเทคโนโลยีอื่นๆ

            เมื่อปี 2563 ราคาหุ้นเทคโนโลยีพุ่งแรงแบบก้าวกระโดด เมื่อถึงจุดหนึ่ง นักลงทุนทั่วโลกก็ต้องเทขายทำกำไรออกมา และในช่วงปี 2564 ราคาหุ้นกลุ่มนี้จึงปรับตัวสู่มูลค่าที่แท้จริงตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท

            แต่ถ้าดูกราฟราคาที่ลดลงไปต่ำสุดอยู่ที่ 25.3 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 27 มกราคม 2565 หลังจากทำจุดสูงสุด คุณจะเห็นว่า ราคาไม่ได้ดิ่งลงแรงเหมือนช่วงวิกฤต Covid-19 ครั้งแรก

            นั่นหมายความว่า หากคุณลงทุน HERO ETF’ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ มูลค่าพอร์ตลงทุนยังเป็นบวก ผลตอบแทนในปี 2562-2563 ยังชดเชยผลตอบแทนติดลบในปี 2564 ได้ แต่ถ้าคุณเริ่มลงทุนในช่วงปีที่ผ่านมา ราคา HERO ลดลงโดยตลอด มูลค่าของพอร์ตจะยังติดลบอยู่

            ในปี 2564 สถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับวัฏจักรเศรษฐกิจรอบใหม่ เหมือนเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดี แต่ยังไปได้ไม่เต็มที่ เพราะวิกฤต Covid-19 และยังมีภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดการอัดฉีดเงินในสู่ระบบและส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในปี 2565

            ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นเติบโตอย่างหุ้นเทคโนโลยีที่มีราคาขึ้นแรงลงแรง และ HERO ก็ไม่มีข้อยกเว้น

            สำหรับปี 2565 หากลงทุน HERO ETF’ จะเป็นอย่างไร ทีมงาน Jitta Wealth สรุปจากกราฟราคาย้อนหลัง และมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

            ราคา ETF อยู่ในเทรนด์ขาลงมาตลอด 350 วัน อาจจะคาดการณ์ได้ยาก ว่าถึงจุดขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) ใช่หรือไม่ แต่เทรนด์ราคาที่รีบาวด์ขึ้นมาเล็กน้อย อาจจะเป็นสัญญาณที่ดี ดังนั้นจึงช่วงราคาที่เหมาะสมและลงทุนได้

            HERO มีความผันผวนต่อปีอยู่ที่ 21.58% ซึ่งเป็นค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation - SD) สรุปได้ว่า ราคามีโอกาสขึ้นๆ ลงๆ จากนี้ได้อีกประมาณ 20%

            หากคุณเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต ว่ายังมีโอกาสการเติบโต รวมไปถึงบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยี Metaverse ในอนาคต คุณสามารถสะสม HERO ช่วงราคานี้ได้

            ด้วยข้อมูลที่เรารวบรวมมานี้ ทำให้ HERO มีความน่าสนใจมากขึ้น ปัจจุบันคุณมีทางเลือกลงทุน HERO ETF’ หลากหลาย ทั้งในรูปแบบของกองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) พอร์ตหุ้นสหรัฐฯ กองทุนส่วนบุคคล รวมไปถึง ETF ที่ไปลงทุนใน HERO บนกระดานตลาดหุ้นไทย

            แต่ถ้าคุณอยากลงทุน HERO ให้ได้ราคาตามตลาดหุ้น Nasdaq คุณควรลงทุนโดยตรง จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ลงทุน HERO ETF’ กระจายความเสี่ยงปังๆ

            HERO สามารถจัดพอร์ตลงทุนโดยตรงได้ 2 รูปแบบ คือ เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ หรือเปิดพอร์ตกองทุนส่วนบุคคลที่ให้บริการจัดพอร์ต ETF ซึ่งจะทำให้คุณได้ราคาตลาด

            หากลงทุน HERO ETF’ ผ่าน FIF และ ETF ในไทย เป็นการลงทุนทางอ้อม คุณจะได้ราคา NAV (Net Asset Value) ของกองทุน พร้อมทั้งมีค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่กองทุนระบุไว้อีกด้วย แต่มันคือการจัดพอร์ตลงทุนใน HERO เพียงกองเดียว นั่นหมายความว่า เมื่อราคา ETF ผันผวน ขึ้นๆ ลงๆ อย่างตอนนี้ พอร์ตลงทุนของคุณจะเผชิญการติดลบหนักๆ เพราะไม่มี ETF อื่นๆ มาบรรเทาความผันผวนในพอร์ต

            หากคุณมีบัญชีซื้อขาย Thematic ETF ต่างประเทศโดยตรง คุณสามารถจัดพอร์ตเลือก ETF ธีมอื่นๆ มาผสมกัน กระจายความเสี่ยงและบริหารพอร์ตด้วยตัวเองแต่ถ้าคุณอยากเริ่มต้นสร้างพอร์ตในรูปแบบกองทุนส่วนบุคคล ไม่มีเวลาทำรายการซื้อขาย ETF ด้วยตัวเอง กองทุนส่วนบุคคล Thematic จะตอบโจทย์คุณทันที โดยมีให้คุณเลือกจัดพอร์ตเอง ได้สูงสุด 5 ธีมผ่านแผน Thematic DIY และให้ AI ของ Jitta Wealth วิเคราะห์และเลือก 4 ธีมที่น่าลงทุนที่สุดให้ผ่านแผน Thematic Optimize

            Jitta Wealth รวบรวม 16 ธีม ( สิ้นปี 2564) จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง NYSE และ Nasdaq มาให้คุณจัดพอร์ตลงทุน ETF ด้วยตัวเอง มีทั้ง Stock Market ETF Sector ETF และ Thematic ETF ขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องการมีพอร์ต ETF แบบไหนระหว่าง Thematic DIY กับ Thematic Optimize

            สำหรับ Thematic Optimize ถ้า HERO อยู่ใน 4 อันดับแรกของธีมที่น่าลงทุนที่สุด คุณจะได้จัดพอร์ตร่วมกับธีมอื่นๆ และปรับพอร์ตอัตโนมัติทุก 3 เดือน

            ส่วน Thematic DIY  เราจำลองภาพการจัดพอร์ตแบบ 1 ธีมที่ลงทุน HERO เพียงกองเดียว กับ 4 ธีมที่ลงทุนธีมอื่นๆ ผสมกัน เพื่อให้คุณได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเข้าใจวิธีการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน

            คุณจะเห็นว่า หากลงทุน HERO ETF’ เพียงธีมเดียวโดยไม่กระจายความเสี่ยงในปี 2564 คุณจะขาดทุน -8.37% ในระหว่างปีคุณจะเผชิญความผันผวนของราคา ETF โดยมี Maximum Drawdown ถึง -26.98% หากคิดเป็นอัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนต่อจุดขาดทุนสูงสุดในปี 2564 เหลือเพียง 0.31 หมายความว่า คุณมีโอกาสได้ผลตอบแทนเพียง 0.31% จากทุกๆ การขาดทุน 1%

            นี่ยังไม่รวมถึงความเสี่ยงเฉพาะธีมเกมและอีสปอร์ตในรอบปี 2564 เช่น การควบคุมจำนวนชั่วโมงเล่นเกมของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีจากทางการจีน การแบนแอปพลิเคชันเกมของจีนในอินเดีย รวมไปถึงการเลื่อนเปิดตัวซอฟต์แวร์เกมใหม่ๆ ทำให้ราคาหุ้นใน HERO ทั่วโลกปรับตัวลดลง

            การลงทุนเพียงธีมเดียวจะทำให้คุณต้องแบกรับความผันผวนที่เกิดขึ้นไปเต็มๆ โดยที่ไม่มีธีมอื่นมาช่วยกระจายความเสี่ยงในสัดส่วนที่เหมาะสม รวมไปถึงระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติของ Jitta Wealth จะไม่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยในธีมอื่นๆ ได้ กรณีที่มูลค่า ETF เปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 5%

            หากคุณลงทุน HERO ETF’ ร่วมกับธีมอื่นๆ เช่น ตลาดหุ้นอินเดีย พลังงานสะอาดจีน และเทคโนโลยี เพื่อกระจายความเสี่ยง จะพบว่า ผลตอบแทนในปี 2564 จะเพิ่มขึ้น +10.10% ในขณะที่คุณจะลด Maximum Drawdown เหลือ -19.06% คุณมีโอกาสได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็น 53% จากทุกๆ การขาดทุน 1% เพิ่มขึ้นมาเกือบ 2 เท่า

            ดังนั้นการจัดพอร์ตร่วมกับ ETF อื่นๆ จะช่วยลดโอกาสขาดทุนหนักในพอร์ตและลดความเสี่ยงเฉพาะอุตสาหกรรม จากผลตอบแทนและ Maximum Drawdown ในช่วงเวลาเดียวกัน คุณจะเห็นได้ชัดว่า การกระจายความเสี่ยงใน ETF อื่นๆ จะเพิ่มโอกาสให้พอร์ตของคุณได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น

            นอกจากนี้ระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติของ Jitta Wealth จะช่วยปรับพอร์ตลงทุนให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมอยู่เสมอ เมื่อมูลค่าของแต่ละธีมเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 5% ซึ่งจะช่วยรักษาวินัยการลงทุน  เพื่อให้ความผันผวนในพอร์ตลดลง

            ข้อดีอีกอย่างของการกระจายความเสี่ยงใน ETF อื่นๆ คือ คุณจะลดความกังวลใจ เมื่อเห็นราคา ETF ผันผวนอย่างรุนแรง หรือมูลค่าพอร์ตลดลงหนักๆ เพราะยังมีธีมอื่นๆ ช่วยบรรเทาความผันผวนให้ พอร์ตลงทุนยังกระจายความเสี่ยงได้ดี คุณจะไม่ใช้อารมณ์และอคติรีบร้อนขายในช่วงที่ราคา ETF ขาลงติดต่อกันหลายๆ วัน

            ผมแนะนำว่า คุณควรจัดพอร์ต Thematic DIY โดยเลือก ETF แต่ละธีมให้มีความสัมพันธ์ด้านราคาให้น้อยที่สุด โดยส่วนใหญ่จะใช้ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) เป็นตัวเลขที่อธิบายความเคลื่อนไหวของราคา ETF แต่ละธีมเปรียบเทียบกัน โดยสามารถศึกษาแนวทางการเลือกธีมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่านมาถึงตรงนี้ หากคุณสนใจ ‘HERO ETF’ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://jittawealth.com/thematic/GAMES-ESPORT  


เกี่ยวกับนักเขียน

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด นักลงทุนแนวเน้นคุณค่า และผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป Wealth Tech สัญชาติไทย เป็นรายแรกที่ได้รับอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน