THE GURU • INVESTMENT

เอเวอร์แกรนด์ ความกังวลเศรษฐกิจจีนรอบใหม่

บทความโดย: ณพวีร์ พุกกะมาน (เปโดร)

            สถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความเปราะบางจากการแพร่ระบาดของโควิด การรับมือทางเศรษฐกิจของนานาประเทศในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ทุกคนคงได้เห็นในหลายๆประเทศ พยายามผลักดันนโยบายเศรษฐกิจทั้งการเงินการคลัง เพื่อเข้ามาผลักดันการเดินหน้าต่อของเครื่องจักรสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในแต่ละตัว ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ในฝั่งโลกตะวันตก หรือจีนในฝั่งโลกตะวันออก ต่างฝ่ายต่างขบเขี้ยว เพื่อผลักดันกำลังซื้อ กำลังการผลิตภายในประเทศของตัวเอง เพื่อช่วงชิงความเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

            จุดสังเกตหนึ่งของผมในฐานะนักลงทุน ที่ผ่านมาในกรณีประเทศจีน ด้วยลักษณะการปกครองที่ต่างออกไปจากประเทศสหรัฐอเมริกา เรามักได้ยินการเข้ามามีอิทธิพลเหนือบริษัทในประเทศอยู่หลายต่อหลายครั้ง ทั้งการออกกฎหมายหรือการเข้าควบคุมกิจการในรูปแบบต่างๆ เช่น กรณีบริษัทในกลุ่มการศึกษา บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ความไม่แน่นอนของการเข้ามาควบคุมจากภาครัฐ รวมถึงความกังวลจากโควิดที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของโรคอยู่ แม้จะดีขึ้นตามลำดับจากอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้น แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตตัวเลขเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมา

            ผมขอยกตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ซึ่งปรากฏในเดือนสิงหาคม 2564  พบว่ายอดค้าปลีกปรับตัวขึ้นมาเพียง 2.5% เป็นการขยายตัวที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งยอดค้าปลีกยังลดลงอย่างมากเมื่อนับจากเดือนกรกฎาคมปีนี้ที่มีการขยายตัว 8.5% เช่นเดียวกับตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม ที่ปรับตัวขึ้น 5.3% แต่กลับชะลอตัวจากเดือนกรกฎาคมปีนี้ที่ขยายตัว 6.4% ซึ่งตัวเลขต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เช่นกัน

            ล่าสุดในกรณีปัญหาหนี้สินของ China Evergrande Group บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เบอร์ 2 ของประเทศจีนมีความเสี่ยงล้มละลาย จนทำให้เกิดความกังวลว่า กรณีนี้จะเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤติซับไพร์มเอเชีย เพราะหนี้สินของ China Evergrande Group ที่ก่อไว้มีมูลค่าสูงถึง 356,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.97 ล้านล้านหยวน และมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้และต่อไปในอนาคต แน่นอนว่ามูลหนี้ที่ผูกโยงสถาบันการเงินต่างๆหลายๆแห่ง จากการอัดการเติบโตแบบ Leverage ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ให้กังวลไม่ได้เลย และที่ผ่านมาการเติบโตแบบ Bubble มันทำให้ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง การ Leverage เงินลงทุนเป็นเรื่องปรกติแต่หากบริหารความเสี่ยงได้ไม่ดีผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นได้ครับ

            นอกจากนั้น ในกรณีปัญหาของ China Evergrande Group ยังมีในความไม่ชอบมาพากลของการบริหารกิจการอีก จากการที่มีผู้บริหาร 6 คนของบริษัทมีการไถ่ถอนผลิตภัณฑ์การลงทุนออกไปก่อน

            ส่วนตลาดหุ้นไม่ต้องพูดถึงได้รับรู้เรื่องนี้ไปแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งดัชนี HSI ของตลาดหุ้นฮ่องกง และ CSI 300 ของตลาดหุ้นจีน ปรับตัวลดลงกว่า 3% โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าควบคุมทางกฎหมายจากรัฐบาลจีนราคาก็ล่วงลงตามความกังวลของนักลงทุน ส่วนราคาหุ้นของ China Evergrande Group นั้นดิ่งลงมาตลอด ราคาปิดล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายน ที่ 0.40 USD

            ผมมองว่าเรื่องนี้อีกยาวครับ และต้องดูว่าวิธีการของรัฐบาลจีนจัดการอย่างไร โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าไปในระบบมูลค่า 90,000 ล้านหยวน ผ่านการทำ Repo อายุ  7 วัน และ 14 วัน เพื่อลดความตึงตัวของสภาพคล่องการใช้เงินภายในประเทศและความกังวลสภาพคล่องขาดมือจากปัญหาการไม่สามารถชำระหนี้สินของ China Evergrande Group ได้

            ทั้งหมดที่กล่าวมาเพื่ออยากจะบอกนักลงทุนว่า จากนี้ต้องจับตาดูเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิดจริงๆครับ ความร้อนแรงที่ผ่านมาอาจซ่อนอะไรที่เราไม่รู้อยู่บ้าง แต่สุดท้ายตัวเลขมันจะเฉลยด้วยตัวของมันเองครับ

 

 

เกี่ยวกับนักเขียน

ณพวีร์ พุกกะมาน (เปโดร) นักลงทุนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่เติบโตใช้ชีวิตในต่างแดนจากพื้นฐานครอบครัวนักการทูต ทำให้หลงไหลการลงทุนในสินค้าต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง creative investment space พื้นที่แชร์ประสบการณ์ และข้อมูล นวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่มีความหลากหลาย

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน