THE GURU • EXECUTIVE COACHING

ทำอย่างไรให้คนทำงาน ด้วยความรู้สึก “เป็นเจ้าของ”

บทความโดย: พรสรัญ รุ่งเจริญกิจกุล

            ในโลกธุรกิจ คนไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนเพื่อสร้างผลกำไรให้กิจการ แต่คนเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดและมีค่ามากที่สุดขององค์กร สินทรัพย์ทางการเงินอาจจะสูญหาย สินทรัพย์ในการใช้งานอาจจะเสื่อมสภาพด้อยค่าลง แต่องค์กรยังสามารถอยู่รอดได้ ถ้าคนในองค์กรยังคงมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จด้วยจิตวิญญาณเสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของ

            แนวโน้มการทำงานในรูปแบบใหม่ มีความจำเป็นต้องใช้ระบบสื่อสารแบบออนไลน์มากขึ้น แม้ว่าจะได้ประโยชน์ในเชิงประหยัดต้นทุนและสะดวกรวดเร็ว แต่ภายใต้ระบบเหล่านี้คนทำงานพบปะกันแบบตัวต่อตัวน้อยลง พูดคุยกันผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือใช้ข้อความสั้นๆ เพื่อสื่อสารเรื่องเนื้อหาของงานเป็นหลัก โอกาสการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจึงลดน้อยลงเรื่อยๆ ความผูกพันเอื้ออาทรต่อกันจึงเกิดขึ้นได้ยาก แต่อย่าลืมว่า มนุษย์ยังคงต้องการความสุขและความจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ เราจึงไม่ควรมองข้ามปัจจัยเรื่องอารมณ์และความรู้สึกของคนทำงาน

            โดยปกติคนเราจะให้ความสนใจเพียงเล็กน้อยในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง ฉะนั้น ถ้าองค์กรต้องการจะบรรลุจุดหมายใดๆ ก็ต้องทำให้ทุกคนในองค์กรรู้สึกว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ประโยชน์ และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าประสงค์ขององค์กร หรือรู้สึกว่า ตนเองมีส่วนร่วม เป็นเจ้าของนั่นเอง

เลือกระบบบริหารและกลยุทธ์ที่เหมาะสม

            ผู้นำที่มีประสิทธิผลจะต้องสามารถจุดประกายให้ลูกทีมเกิดแรงจูงใจ โดยจัดสภาพแวดล้อมและโอกาสให้แก่พวกเขาในการพัฒนาแรงจูงใจในตนเอง นอกจากนั้น ผู้นำควรจะต้องทำความรู้จักทีมงานแต่ละคนเป็นอย่างดี เพื่อค้นหาความมุ่งหมาย ความฝัน และความปรารถนาของบุคคลนั้นๆ เพราะการผลักดันให้เกิดแรงจูงใจนั้น ต้องชี้ให้แต่ละคนเห็นประโยชน์ว่าความสำเร็จในหน้าที่การงานจะสามารถเติมเต็มความปรารถนาส่วนตัวของแต่ละคนได้อย่างไร

 การสร้างแรงจูงใจด้วยทัศนคติ

            เป็นวิธีที่ได้ผลมากกว่าการจูงใจด้วยรางวัลหรือความกลัวเพราะว่ามันเกิดขึ้นจากความฝัน หรือความปรารถนาของแต่ละบุคคล เมื่อทีมงานมีความยินดีเต็มใจจะปฏิบัติงานด้วยความเชื่อว่า เป็นงานที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ รวมทั้งสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ พวกเขาก็มีความจูงใจที่จะพัฒนาตนเอง

 การมอบหมายอำนาจให้แก่ทีมงาน

          ถือได้ว่าเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีแรงจูงใจ ซึ่งจะก่อให้เกิดพลังความมุ่งมั่น ด้วยความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ พวกเขาจะยินดีร่วมกันรับผิดชอบ และร่วมกันเป็นเจ้าของความสำเร็จขององค์กร

            ในทางปฏิบัติ ทำได้โดยการจัดเป้าประสงค์และการทำงานของทีมให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ขององค์กร โดยให้สมาชิกมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการวางแผน ตามระดับความรับผิดชอบของแต่ละคน ด้วยการกำหนดเป้าประสงค์ของส่วนงานตนเอง รวมถึงกลยุทธ์และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อทำเช่นนี้ทั่วทั้งองค์กร ผลลัพธ์ก็คือ เป้าประสงค์ทุกระดับและทุกข้อ จะมีผู้รับผิดชอบและเป็นเจ้าของ

            เมื่อทีมงานมีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินงาน มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำ และค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ จากประสบการณ์การทำงาน พวกเขาก็จะเพิ่มระดับความมุ่งมั่นในการทำเป้าหมายให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น จะก่อให้เกิดแรงจูงใจอย่างเต็มพลัง ทุกคนจะเกิดความภาคภูมิใจ และยินดีทุ่มเททำงานที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ โดยตระหนักว่า ความสำเร็จของเป้าหมายองค์กร จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตัวเช่นกัน

วิธีการติดตามผลที่สร้างแรงจูงใจ

            การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพต้องมีการวัดผล แต่หลายๆ คนไม่ชอบถูกติดตามผล และบ่อยครั้งที่มักจะหวาดกลัวการถูกประเมินผล ฉะนั้น ระบบการติดตามผลต้องมีลักษณะที่จูงใจด้วย คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและสบายใจกับแนวคิดการให้คะแนน เพราะทำให้เกิดความน่าสนใจในการแข่งขัน เช่น ระบบที่ประกอบด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

            1.เป็นระบบที่จัดการตนเอง ให้คะแนนด้วยผลตอบกลับแบบทันทีทันใด โดยการบันทึกความสำเร็จที่มาจากความรับผิดชอบของพวกเขา พนักงานจะทราบว่าตนเองทำได้เกิน ทำได้ต่ำกว่า หรือทำได้ตามมาตรฐานที่คาดไว้ตลอดเวลา การวัดผลเช่นนี้จะทำให้มีโอกาสปรับปรุงพฤติกรรมการทำงานอย่างต่อเนื่อง

            2.ระบบการให้คะแนนวัดปัจจัยที่สำคัญๆ เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมและกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร คนทำงานจะมีหลักฐานจากรายงานประสิทธิภาพของตนเอง

            3.ระบบได้รับการพัฒนาจากการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยให้ได้รับการยอมรับในการใช้งาน

            4.นำผลลัพธ์จากการให้คะแนนมาใช้เพื่อการชมเชย หรือเพื่อการโค้ช ผู้ที่มีผลงานที่โดดเด่นก็ควรค่าแก่การยกย่องชมเชย ส่วนผู้ที่มีผลงานต้องปรับปรุงก็จะได้รับการโค้ชเพื่อพัฒนาแก้ไขทันที

            ความรับผิดชอบในการให้คะแนนเป็นของผู้รับผิดชอบโดยตรง รวมทั้งการจัดทำรายงานที่เหมาะสม ทั้งกิจกรรมที่ทำและระดับของความสำเร็จ โดยนำเสนอในลักษณะการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และตีความ เพื่อใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ผู้ที่รับผิดชอบต้องเข้าใจว่าตัวแปรที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง และมีความสัมพันธ์กันอย่างไร อย่างไรก็ตาม ควรดูแลกระบวนการเหล่านี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบง่าย เพื่อไม่ให้กินเวลามากจนเกิดต้นทุนที่ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่จะได้รับ

            การปฏิบัติการและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีการเรียนรู้ความจริงที่เป็นปัจจุบัน และนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนากลยุทธ์ด้านต่างๆ อย่างทันต่อเหตุการณ์ ไม่ต้องรอการประมวลผลอย่างเป็นทางการที่กำหนดเป็นเดือน เป็นรายไตรมาส หรือรายปี ซึ่งอาจจะช้าเกินไปสำหรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วอย่างทุกวันนี้

             บุคลากรที่ทำงานภายใต้ระบบและกลยุทธ์ต่างๆ ที่สร้างแรงจูงใจ จะมีความกระตือรือร้นในเชิงรุก มีความรู้สึกผูกพันเหมือน เป็นเจ้าของมุ่งมั่นในการพัฒนาให้กิจการเจริญก้าวหน้าองค์กรที่มีทีมงานลักษณะเช่นนี้ ย่อมมีความแข็งแกร่งและรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบได้อย่างมั่นคง

เกี่ยวกับนักเขียน

พรสรัญ รุ่งเจริญกิจกุล CPA & Executive Coach / โค้ชผู้บริหาร เพื่อความสุขและความสำเร็จ อดีต CFO ผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารการเงินในองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติมากกว่า 30ปี ในธุรกิจหลายประเภท ให้การปรึกษาและฝึกอบรมพัฒนาผู้บริหารมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี และเป็น “Licensee” ของ “LMI” - Leadership Management International Inc. ในการอำนวยการเรียนรู้หลักสูตรด้านพัฒนาผู้นำระดับสากล

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน