NEWS UPDATE • MUTUAL FUND

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง บทเรียนเมื่อปิด 4 กองทุนตราสารหนี้

หลังจากช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด  (TMBAM Eastspring) ได้ยกเลิกโครงการ หรือปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ ประกอบด้วย กองทุนเปิดทหารไทยธนเพิ่มพูน กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล กองทุนเปิด ทหารไทย ธนไพบูลย์  และกองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน ซึ่งได้มีการทยอยคืนเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤติครั้งร้ายแรงที่โลกเผชิญ กับตลอดระยะเวลา 7 เดือนกว่าที่ TMBAM Eastspring  ได้ดำเนินการกับ 4 กองทุนข้างต้นถือว่าเป็นการบริหารจัดการที่สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของผู้จัดการกองทุน ที่มีเป้าหมายหลักหรือหัวใจสำคัญเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ลงทุน

 

ปิด 4 กองทุนตราสารหนี้

ตัดไฟแต่ต้นลม

จากสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดตราสารหนี้ที่ผู้ลงทุนเกิดความตระหนกและเกิดการเทขายอย่างรุนแรง (Panic Sell) ทำให้กองทุนไม่สามารถขายตราสารที่ถืออยู่ออกไปในราคาที่เหมาะสม จนนำไปสู่การปิดกองทุนทั้ง 4 กอง เพื่อคำนึงถึงประสิทธิภาพในการซื้อ-ขายตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ (Investment Grade Bonds) ในพอร์ตการลงทุน

นอกจากนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงด้านราคา บลจ.ไม่ต้องการให้ผู้ลงทุนที่ถือหน่วยอยู่ต้องขาดทุนสูง (ถ้าหากยังคงถือหน่วยฯอยู่ในกองทุน) ทั้ง ๆ ที่ยังมีการเทขายตราสารหนี้อย่างเนื่อง จึงต้องยกเลิกโครงการกองทุน (ปิดกองทุน) เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ลงทุน

การเทขายกองทุนตราสารหนี้ที่เกิดจากความตื่นตระหนกในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า เฉพาะกองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล ตั้งแต่วันที่ 16 - 26 มีนาคม 2563 มีปริมาณการขายโดยรวมสูงถึงร้อยละ 67 และ ร้อยละ 66 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือ NAV ตามลำดับ และการเทขายอย่างรุนแรงในวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งคิดเป็นปริมาณร้อยละ 33 และร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนตามลำดับ ขณะที่สภาพตลาดตราสารหนี้กลับเบาบาง

ดังนั้น การตัดสินใจปิดกองทุน ยกเลิกคำสั่งซื้อขายในธุรกรรมทั้งหมด มาถึงวันนี้ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง  เพราะหากยังคงเปิดต่อ จะทำให้ผู้ถือกองทุนขาดทุนหนักมาก

 

รักษามูลค่าเงินลงทุนลดความสูญเสีย

ในระหว่างที่ปิดกองทุน ทางผู้จัดการกองทุนยังคงทำหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนให้ดีที่สุด เพื่อต้นทุนที่ดีและแตกต่างจากการถูกบังคับให้ขายกองทุนในเวลาที่สถานการณ์ผิดปกติ จนเกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุน

การรักษามูลค่าเงินลงทุน (capital preservation) ไว้ได้ให้เท่ากับวันที่ปิดกองทุนถือว่าสำคัญที่สุด ถ้าวันนั้นไม่มีการปิดกองทุนจะไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ไม่รู้ความเคลื่อนไหว รายใหญ่อาจจะไม่มีปัญหาเพราะมีกระจายการลงทุนไปที่อื่น แต่ผู้ลงทุนรายย่อยจะไม่ทราบและได้รับผลกระทบ ถ้ามีการขายไปเรื่อยๆ ทำให้มูลค่าหน่วยลดลง แม้ว่าการตัดสินใจปิดกองทำให้สามารถรักษาหน่วยลงทุนไว้ได้ แต่อาจจะมีสภาพคล่องที่ลดลงบ้างก็ตาม 


คืนเงินตามสัญญา

กองทุน "ธนพลัสจ่ายคืน 100.06%

ความคืบหน้าการจ่ายเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส ณ วันแรกที่ตัดสินใจปิดภายใน 1 สัปดาห์ได้มีการจ่ายก้อนแรกไป ประมาณ 10% (จ่ายหมดใช้เวลาประมาณ 7 เดือนกว่า ณ วันที่ปิดกอง)

และจากการปิดครั้งนั้น (ณ 25 มี.ค.63) จากสถานการณ์โควิด  ถึงวันนี้ ทาง TMBAM Eastspring ได้ทำการทยอยคืนเงินได้ตามสัญญามิได้ขาดทุน มีบางกองทุนที่ได้กำไรเล็กน้อย

กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส  จ่ายคืน 100.06% นับว่าการจัดการคืนเงินได้ตามสัญญา และเร็วกว่ากำหนดที่คาดการณ์ไว้ หลังกองทุนได้ขายตราสารทั้งหมดในกองทุนเรียบร้อยแล้ว และดำเนินการจ่ายเงินคืนครั้งที่ 15 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 โดยมีมูลค่า 0.1096 บาทต่อหน่วยลงทุน รวมจำนวนทั้งหมดในการชำระเงินคืนผู้ถือหน่วยลงทุน เท่ากับ 12.1891 บาทต่อหน่วย

โดยกองทุนสามารถรักษามูลค่าหน่วยลงทุนเพื่อจ่ายชำระเงินคืนผู้ถือหน่วยลงทุนในระดับราคาใกล้เคียงกับมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันทำการซื้อขายสุดท้ายได้ (คิดเป็นร้อยละ 100.06 เมื่อเทียบกับมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันทำการซื้อขายสุดท้ายที่ 12.1812 บาทต่อหน่วยลงทุน)

ภายหลังการจ่ายเงินคืนครั้งสุดท้าย และถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการชำระเงินคืนผู้ถือหน่วยลงทุน โดย TMBAM Eastspring จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนการชำระบัญชี (Liquidation) ตามเกณฑ์ให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยต่อไป

การจัดการคืนสินทรัพย์ได้เร็วกว่ากำหนด แสดงให้เห็นว่า การบริหารกองทุนมีความเป็นมืออาชีพ สินทรัพย์ที่ลงทุนถือว่าเป็น Investment Grade bonds มีคุณภาพ การซื้อขายต่อเนื่อง ทั้ง 4 กอง จึงสามารถทำการซื้อขายได้กำไรคืนอย่างคุ้มค่าและรวดเร็ว


 สำหรับความคืบหน้าในการจ่ายเงินคืนของ กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทยธนไพบูลย์นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามแนวทางที่ได้รับจากผลสำรวจความเห็นของผู้ถือหน่วยลงทุนส่วนใหญ่โดยสินทรัพย์ในกองทุนทั้ง 3 กองทุนเป็นตรา สารหนี้คุณภาพดี ไม่ได้มีปัญหาผิดนัดชำระหนี้และบริษัทได้ดำเนินการจ่ายเงินคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ไปแล้วร้อยละ 88-94 ของมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันทำการซื้อขายสุดท้ายของกองทุน

บทสรุป การปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ครั้งนี้ ทำให้ผู้ลงทุนต้องเกิดการเรียนรู้ว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นต้องมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด (เหมือนโควิดที่ผ่านมา) และอีกบทเรียนที่ได้รับในครั้งนี้ นั่นก็คือ ต้องตั้งสติ อย่าตื่นตกใจเกินเหตุ เมื่อตลาดมีความผันผวนหรือปรับตัวลงอย่างรุนแรง เพราะการตื่นตกใจเกินกว่าเหตุอาจทำให้ขาดทุนโดยไม่จำเป็นเช่นเหตุการณ์ Panic Sell ที่เกิดกับตลาดตราสารหนี้รอบนี้