WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

ศัพท์ “หุ้น” น่ารู้ สำหรับนักลงทุนมือใหม่

ปัจจุบันมีนักลงทุนมือใหม่ตบเท้าเข้ามาสู่ตลาดหุ้น ซื้อขายหลักทรัพย์กันจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจเรื่องของการลงทุนใน “หุ้น” นอกเหนือจากการออมเงินในรูปแบบปกติ เนื่องจากช่องทางการลงทุนที่หลากหลาย รวมถึงสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่เข้าใจเรื่องของการลงทุนใน “หุ้น” ได้ดีมากขึ้น คือการเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานต่างๆ ให้เข้าใจก่อนการลงทุนจริง ซึ่งมีคำศัพท์ที่น่าสนใจดังนี้

1.SET Index คือ ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  / Mai Index คือ ดัชนีราคาหุ้นตลากหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

2.Capital Gain 

คือ กำไรส่วนต่างของราคาในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นจากการขายหุ้นออกไปในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมา ปัจจุบันผู้ลงทุนคนไทยประเภทบุคคลธรรมกา จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับกำไรจากการขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่หากเป็นผู้ลงทุนประเภทนิติบุคคล จะต้องนำเงินกำไรดังกล่าวรวมคำนวณเพื่อภาษีเงินได้นิติบุคคล

3.Yield

คือ ผลตอบแทนที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์ที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนในหลักทรัพย์นั้นๆ ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้รับอาจเป็นดอกเบี้ย เงินปันผล หรือกำไรจากการขายหลักทรัพย์ขึ้นกับประเภทหลักทรัพย์ที่ถืออยู่

4.PER / PE (Price to earning per share)

คือ อัตราส่วนระหว่างราคาหุ้น และกำไรต่อหุ้น (Earning Per Share : EPS)

5. ATO (At the Open)

คือ คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาเปิดตลาด โดยเป็นคำสั่งซื้อที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อหรือขาหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาดเปิดการซื้อขาย ณ ราคาเปิด โดยจะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เฉพาะในช่วงเวลาก้อนเปิดตลาด (Pre Open) ทั้งภาคเช้าและบ่าย

ข้อควรระวังคือ ราคาเปิดเป็นราคาที่เกิดจากการคำนวณจากการซื้อขายที่มีการเข้าและถอนออกตลอดเวลา ราคาเปิดจึงอาจเปลี่ยนได้เสมอ แม้ขณะก่อนช่วงเวลาเปิดการซื้อขายคราวแรกเพียงเสี้ยววินาที ทั้งนี้เมื่อนักลงทุนส่งคำสั่ง ATO คำสั่งนี้จะเข้าไปรอดูการเลือกราคาเปิดเพื่อที่จะทำรายการต่อจากรายการที่ก่อให้เกิดราคาเปิดนั้น จากนั้นระบบการซื้อขายจะคำนวนณราคาเปิดตามเกณฑ์ ดังนี้

- เป็นราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุด

- ถ้ามีราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุด มากกว่า 1 ราคา จะใช้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งก่อน

- ถ้ามีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งก่อนมากกว่า 1 ราคา จะใช้ราคาที่สูงกว่าราคาปิดครั้งก่อน

6.ATC (At the Close)

คือ คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาเปิดตลาด เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาดปิดการซื้อขาย ณ ราคาปิด โดยจะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ในช่วงก่อนปิดตลาด (Pre Close) ซึ่งจะ Random เวลาปิดในช่วง 16.35-16.40 น.

ข้อควรระวังคือ ราคาปิดเป็นราคาที่เกิดจากการคำนวณจากการเสนอซื้อขายที่มีการเข้าและถอนออกตลอดเวลา ราคาปิดจึงอาจเปลี่ยนได้เสมอแม้ขณพก่อนช่วงเวลาปิดการซื้อขายคราวแรกเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งระบบการซื้อขายจะจับคู่คำสั่ง ATC ก่อนคำสั่งประเภทระบุราคา (Limit Price) และกรณีที่คำสั่ง ATC สามารถจับคู่ได้เพียงบางส่วน ระบบจะทำการยกเลิกจำนวนที่เหลือทั้งหมด ซึ่งคำสั่ง ATC จะใช้ได้สำหรับการซื้อขายบนกระดานหลักและกระดานต่างประเทศเท่านั้น 

7.Ceiling / Floor

คือ ราคาเสนอซื้อ / เสนอขายสูงสุดและต่ำสุดของหลักทรัพย์ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ระดับราคาเสนอซื้อและขายของหลักทรัพย์ในแต่ละวัน สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นสูงสุด (Ceiling) หรือลดลงต่ำสุด (Floor) ได้ไม่เกิน 30% ของราคาปิดในวันทำการก่อนหน้า ยกเว้นกรณีดังนี้

การซื้อขายหุ้น IPO วันแรก : ราคาซื้อขายสูงสุด 

การประกาศขึ้นเครื่องหมาย (XD, XR หรือ XA) วันแรก : ราคาซื้อขายสูงสุดหรือต่ำสุดจะคำนวณจากราคาที่หักสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากหุ้นนั้นๆ ไม่ใช่ราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับราคาซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิฯ (Warrant) สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นสูงสุดหรือลดลงต่ำสุดได้ ไม่เกิน 30% ของราคาหุ้นสามัญ คูณด้วยสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ที่จะได้รับจากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 1 หน่วย

8.Blue Chip

คือ หุ้นบริษัทชั้นดี หรือหุ้นของบริษัทที่มีการดำเนินงานที่มั่นคง สามารถรักษาระดับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และเป็นบริษัทที่มีการวางแผนขยายกิจการ โดยการคำนึงถึงผลกำไรระยะยาวยิ่กกว่าการทำกำไรระยะสั้นในตลากหลักทรัพย์ฯ ที่มีสัดส่วนของจำนวนนักลงทุนมีมากกว่านักเก็งกำไร ราคาของหุ้นบริษัทชั้นดีมักจะมีราคาสูงเพราะอุปสงค์มีมาก แต่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีนักลงทุนมีสัดส่วนน้อยกว่านักเก็งกำไร ราคาหุ้นชั้นดีกลับอยู่ในระดับต่ำ ไม่เป็นที่นิยมของนักเก็งกำไรเพราะปั่นราคาได้ยาก ไม่สามารถใช้กลเม็กด้านข่าวลือหรือข่าววงใน

9.เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker)

คือ มาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นำมาใช้หยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่การซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ เกิดตกต่ำลงอย่างมากจนผิดปกติ เพื่อให้นักลงทุนได้มีเวลาตรวจสอบข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะเปิดให้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ต่อไป

โดยปัจจุบันระบบ Circuit Breaker ของตลาดหลักทรัพย์ มีหลักเกณฑ์ดังนี้

ครั้งที่ 1 เมื่อ SET Index เปลี่ยนแปลงลดลงถึง 10% ของค่าดัชนีปิดในวันทำการก่อนหน้า ตลาดหลักทรัพย์ฯจะพักการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 30 นาที

ครั้งที่ 2 เมื่อ SET Index เปลี่ยนแปลงลดลงถึง 20% ของค่าดัชนีปิดในวันทำการก่อนหน้า ตลาดหลักทรัพย์ฯจะพักการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง

หลังจากการทำงานครั้งที่ 2 ของ Circuit Breaker แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯจะเปิดให้ทำการซื้อขายต่อไป จนถึงเวลาปิดทำการตามปกติ โดยไม่มีการหยุดพักการซื้อขายอีก หากระยะเวลาในรอบการซื้อขายที่ Circuit Breaker ทำงานนั้น เหลือไม่ถึง 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็จะหยุดพักการซื้อขายเพียงระยะเวลาที่เหลือในรอบการซื้อขายนั้น และให้ซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามปกติในรอบการซื้อขายถัดไป

10.Dividend Yield

คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล เป็นตัวชี้วัดเพื่อให้นักลงทุนทราบว่า หากลงทุนซื้อหุ้น ณ ระดับราคาตลาดในปัจจุบัน จะมีโอกาสได้รับเงินปันผลตอบทนจากการลงทุนในอัตราคิดเป็นร้อยละเท่าไรจากราคาหุ้นที่ซื้อ

อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (%) = (เงินปันผลต่อหุ้น / ราคาหุ้น) x 100

Dividend Yield (%) = (Dividend per Share / Price) x 100

 

อ้างอิง : www.set.or.th