NEWS UPDATE • CAPITAL MARKETS

“วินด์ เอนเนอร์ยี่”ลุยลงทุนใน-นอก เป้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 1,500 เมกะวัตต์

“วินด์ เอนเนอร์ยี่”ลุยลงทุนใน-นอก เป้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 1,500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังผลิต 717 เมกะวัตต์ ผู้บริหารระบุเงินพร้อม อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุน เตรียมออกหุ้นกู้รองรับลงทุน 

นายกำธร กิตติอิสรานนท์ ประธานกรรมการบริหาร และนายธันว์ เหรียญสุวรรณ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH ในฐานะผู้นำผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมของประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายแผนธุรกิจระยะ 5 ปีข้างหน้า จะผลักดันให้กำลังการผลิตไฟเชิงพาณิชย์ แตะระดับ 1,500 เมกะวัตต์ (MW) 

ปัจจุบัน WEH มีกำลังการผลิตรวม 717 เมกะวััตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม 8 โครงการในจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ ขนาดพื้นที่รวม 850 ตารางกิโลเมตร กังหันลมผลิตไฟฟ้าจำนวน 270 ต้น จำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยWEHได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่อัตรา 3.50 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

"บริษัทฯ มองหาโอกาสการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เบื้องต้นจะเป็นประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม เป็นต้น สำหรับการขยายการลงทุนคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 48,000 ล้านบาท" ผู้บริหาร WEH ระบุ 



พร้อมกล่าวว่า จะเน้นการลงทุนโครงการวินด์ฟาร์มเป็นหลัก เนื่องจาก WEH มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนามาก แต่ก็ไม่ปิดโอกาสที่จะลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) หากมีความน่าสนใจที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ตัวเลข 2 หลัก ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาการลงทุนในไต้หวัน เมียนมาร์ เวียดนาม ยุโรป แอฟริกา และสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ คาดว่าปลายปี 2563 จะได้ข้อสรุปการลงทุนโครงการวินด์ฟาร์ม ขนาดกำลังการผลิต 600-800 เมกะวัตต์ ในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทมีการศึกษาการลงทุนในไต้หวันและเวียดนาม คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท

WEH  อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุน โดยมีแผนการระดมทุนจากแหล่งเงินทุนประเภทอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากธนาคารซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนหลัก โดยกำหนดเป็นแผนระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับแผนระยะสั้น คือ การระดมทุนจากตลาดตราสารหนี้โดยมีแผนออกหุ้นกู้ วัตถุประสงค์หลักเพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ชำระหนี้เงินกู้ และนำไปใช้เพื่อขยายกิจการ รองรับแผนลงทุนเพื่อผลักดันให้กำลังการผลิตรวมของกลุ่มบริษัทฯ แตะระดับ 1,500 เมกะวัตต์ ได้ตามเป้าหมาย

ส่วนแผนระยะยาว คืออยู่ในช่วงของการจัดโครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าการอาศัยตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนจะมีส่วนสนับสนุนให้บริษัทฯเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

"บริษัทจะพยายามเตรียมพร้อมให้มากที่สุด เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างแหล่งเงินทุนให้เหมาะสมกับแผนการลงทุนในอนาคต" นายกำธร กล่าว

ด้านสถานะทางการเงินปัจจุบัน WEH และบริษัทย่อยมีหนี้รวม  30,000-32,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินเชื่อโครงการ (Project Finance) จากธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อนำมาพัฒนาวินด์ฟาร์ม 5 โครงการหลังสุดดังกล่าว โดยมีต้นทุนดอกเบี้ย 4-5% ต่อปี และบริษัทยังเหลือเวลาที่จะทยอยชำระหนี้เป็นระยะเวลาอีก 8 ปี เท่ากับค่า Adder ที่จะหมดอายุลงในปี 2568 

"เรามองว่าระยะเวลา 8 ปี ทำให้มีเวลามากพอที่จะหาโครงการลงทุนใหม่ ๆ เข้ามาทดแทนได้ตามแผน 5 ปีข้างหน้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเป็น 1,500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 717 เมกะวัตต์ " นายกำธร กล่าว  

ส่วนความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้นนายกำธร เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบธุรกิจของบริษัท สะท้อนจากผลการดำเนินงานที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตจะมีการขยายการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าจะสนับสนุนให้บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง


นายธันว์  กล่าวถึงผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2563 WEH มีรายได้รวม 4,320 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,300 ล้านบาท  สำหรับครึ่งปีแรกของทุกปีจะเป็นช่วงนอกฤดูกาล หรือโลว์ซีซันที่กำลังลมจะไม่ค่อยดี แต่จะมาเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีกำลังลมดีกว่าและผลประกอบการจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาส 4  และจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทกว่า 40% ของรายได้รวม และตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบันบริษัทมีรายได้รวมประมาณ 6,708 ล้านบาท

สำหรับปี 2562 มีรายได้รวม 12,058 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,888 ล้านบาท ซึ่งเป็นปีแรกที่รับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าครบทั้ง 8 แห่ง และคาดว่าปี 2563 จะยังมีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ดี สามารถจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น

       

โครงสร้างผู้ถือรายใหญ่ของ WEH ในปัจจุบัน 

1.บริษัท โกลด์เด้น มิวสิค ลิมิเต็ด จำกัด สัดส่วน 37.8697%

2.ครอบครัวกิตติอิสรานนท์ สัดส่วน 35.9085%  

3. บมจ.เด็มโก้ (DEMCO ) สัดส่วน 3.8686% 


เปิด 8 โครงการวินด์ฟาร์ม

1.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม FKW กำลังผลิตติดตั้ง 103.5 เมกะวัตต์ เริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ปี 2555 

2.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม KR2 กำลังผลิตติดตั้ง 103.5 เมกะวัตต์ เริ่มซีโอดี ปี 2556 

3.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม WTB กำลังผลิตติดตั้ง 60 เมกะวัตต์ เริ่มซีโอดีปี 2559 ซึ่งทั้ง 3 โครงการ ค่าแอดเดอร์ (Adder) หรือส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า จะทยอยเริ่มหมดอายุในอีก 2 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2565 )

4.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม T1 กำลังผลิตติดตั้ง 90 เมกะวัตต์ เริ่มซีโอดี ปี 2561 

5.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม T2 กำลังผลิตติดตั้ง 90 เมกะวัตต์ เริ่มซีโอดี ปี 2561 

6.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม T3 กำลังผลิตติดตั้ง 90 เมกะวัตต์ เริ่มซีโอดี ปี 2561 

7.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม NKS กำลังผลิตติดตั้ง 90 เมกะวัตต์ เริ่มซีโอดี ปี 2561 

8.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม T4 กำลังผลิตติดตั้ง 90 เมกะวัตต์ เริ่มซีโอดีไตรมาส 1/2562