NEWS UPDATE • RESEARCH

วายแอลจีมองทองกำลังทดสอบแนวต้านสำคัญ 2,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะลงทุนระยะสั้น

สภาวะตลาดวันที่ 05 สิงหาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 2,009.01 - 2,039.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 29,700 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวขึ้น 650 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 29,050 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFQ20 อยู่ที่ 30,010 บาท ปรับตัวขึ้น 770 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 29,240 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOU20 อยู่ที่ 2,033.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 58.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,975.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.41 น. ของวันที่ 05/08/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 06 สิงหาคม 2020 สมาชิกสภาสหรัฐและทำเนียบขาวเริ่มการเจรจาอีกครั้งเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือรอบใหม่จากรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการขยายสวัสดิการว่างงานพิเศษ ซึ่งหมดอายุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เจรจาทำเนียบขาวประกาศว่า จะร่วมมือ "ตลอด 24 ชั่วโมง" กับสมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรคเดโมแครต เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงต่อมาตรการเยียวยาโควิด-19 ภายในปลายสัปดาห์นี้ ความพยายามการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจครั้งใหม่ซึ่งมีวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ว่าขณะนี้สภาคองเกรสและทำเนียบขาวเห็นพ้องกันในการมอบเงินจำนวน 1,200 ดอลลาร์ให้แก่ชาวอเมริกันทุกคนเพื่อเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการแทรกแซงมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งได้รับผลกระทบจากการฟื้นคืนของการระบาดของโควิด-19 ต้องการการใช้จ่ายมากขึ้นจากรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือภาคครัวเรือนและธุรกิจ ความคาดหวังว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น จนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ ทั้งนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปี แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ร่วงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 5 เดือน ซึ่งเป็นแรงหนุนทองเพิ่มเติม ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า เรียกร้องให้ระมัดระวังเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่รัสเซียกำลังพัฒนาแต่ไม่มีการบันทึกเรื่องการทดลองระยะที่ 2 หรือ 3 จากรัสเซีย วัคซีนของสถาบันวิจัยกามาเลยาในกรุงมอสโกยังคงอยู่ในการทดลองระยะที่ 1 และยังตามหลังวัคซีนอื่นๆที่คาดหวังไว้อย่างมาก ประเด็นดังกล่าว ลดความหวังว่าจะมีวัคซีนโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพในระยะเวลาอันใกล้ ประเมินว่าในระยะสั้นหลังจากราคาทดสอบแนวต้าน 2,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่สามารถยืนได้ จึงทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 2,011-2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง และหากสามารถยืนแนวต้าน 2,039-2,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 2,011-2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ราคาอาจมีการแกว่งตัวเพิ่มตามไปด้วย โดยหากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านและยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขาย และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุน หากราคาหลุดบริเวณแนวรับโซน 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้านโซน 2,039-2,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            2,011 (29,500บาท)             2,000 (29,350บาท)                     1,988 (29,200บาท)            

แนวต้าน          2,043 (30,000บาท)             2,056 (30,200บาท)                     2,071 (30,400บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFQ20)

แนวรับ            2,011 (29,680บาท)             2,000 (29,510บาท)                     1,988 (29,340บาท)            

แนวต้าน          2,043 (30,150บาท)             2,056 (30,340บาท)                     2,071 (30,560บาท)            

            

GOLD ONLINE FUTURES (GOU20)

แนวรับ            2,011 ดอลลาร์ต่อออนซ์              2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          2,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์             2,056 ดอลลาร์ต่อออนซ์      2,071 ดอลลาร์ต่อออนซ์