NEWS UPDATE • RESEARCH

ผลกระทบความขัดแย้งสหรัฐ-จีน กระตุ้นแรงซื้อทอง

สภาวะตลาดวันที่ 07 สิงหาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 2,047.19 - 2,075.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 30,300 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวขึ้น 250 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 30,050 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFQ20 อยู่ที่ 30,570 บาท ปรับตัวขึ้น 270 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 30,300 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOU20 อยู่ที่ 2,058.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 2,048.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.34 น. ของวันที่ 07/08/2020)

 

แนวโน้มวันที่ 10 สิงหาคม 2020 ความตึงเครียดสหรัฐ-จีนทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐลงนามคำสั่งแบน "TikTok", "WeChat" ใน 45 วัน ซึ่งจีนอาจมีมาตรการตอบโต้ ในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ Global Times ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนระบุว่า แผนของสหรัฐในการแบนเทคโนโลยีสำคัญที่มาจากจีนคือสัญญาณแห่ง "ความบ้าคลั่ง" ในตัวนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ นอกจากนี้ ความขัดแย้งดังกล่าว อาจขยายวงกว้าง ไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ TBS รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวรัฐบาลญี่ปุ่นว่า จีนเตือนญี่ปุ่นว่า การแบนแอพพลิเคชั่น  "TikTok" ของบริษัท ByteDance สัญชาติจีนจะ "มีผลกระทบอย่างมาก" ต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี แม้ว่าประเด็นดังกล่าว จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  แต่เมื่อราคาปรับตัวขึ้น ก็มีแรงขายกำไรสลับเข้ามากดดัน เมื่อปธน.ทรัมป์ ระบุว่า เป็นไปได้ว่าสหรัฐจะมีวัคซีนโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งเป็นคาดการณ์ด้านกำหนดเวลาเชิงบวกมากกว่าประมาณการใดๆจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเขาที่ทำเนียบขาว  ประเด็นดังกล่าว เพิ่มความหวังเรื่องวัคซีนว่าจะมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่ามีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพใช้เร็วสุดในช่วงเดือน ก.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาความคืบหน้า มาตรการกระตุ้นของสหรัฐ จากสภาคองเกรสของสหรัฐสวงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐต้องการ "แรงหนุนเพิ่มเติม" เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่พรรครีพับลิกันและเดโมแครต ยังคงคิดเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับสิ่งที่จะรวมอยู่ในมาตรการช่วยเหลือรอบถัดไป ซึ่ง หากมีความชัดเจนจากมาตรการดังกล่าว อาจส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐรวมไปถึงตลาดหุ้นโลก และสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากมีแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน ความกังวลต่อการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ผ่อนคลายมากขึ้น อาจสร้างแรงขายทำกำไรทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้เช่นกัน โดยวายแอลจีประเมินว่าราคาทองคำในช่วงนี้ตอบกระแสข่าวรายวันเพราะปัจจัยรายวันที่เข้ามากระทบราคาทองคำมักเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ทำให้วายแอลจียังคงแนะนำนักลงทุนในลักษณะเดิมคือ รอการอ่อนตัวลงของราคาทองคำแล้วเข้าซื้อ เบื้องต้นในระยะสั้นจำเป็นต้องติดตามกระแสข่าวต่างๆ เพื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำเพิ่มเติม

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า  ราคาทองคำพยายามรักษาระดับราคาหลังจากมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา โดยถ้าราคามีการปรับตัวลดลงและไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนยังสามารถเข้าซื้อทองคำเพื่อลงทุนระยะสั้นจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ซึ่งคาดการณ์แนวรับที่ระดับราคา 2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับได้ ราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับราคา 2,069-2,075 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำหลุดแนวรับ 2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์             

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            2,047 (30,200บาท)             2,034 (30,000บาท)                     2,018 (29,750บาท)            

แนวต้าน          2,075 (30,600บาท)             2,088 (30,800บาท)                     2,100 (31,000บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFQ20)

แนวรับ            2,047 (30,390บาท)             2,034 (30,200บาท)                     2,018 (29,960บาท)            

แนวต้าน          2,075 (30,810บาท)             2,088 (31,000บาท)                     2,100 (31,180บาท)            

            

GOLD ONLINE FUTURES (GOU20)

แนวรับ            2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์              2,034 ดอลลาร์ต่อออนซ์      2,018 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          2,075 ดอลลาร์ต่อออนซ์             2,088 ดอลลาร์ต่อออนซ์      2,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์