NEWS UPDATE • RESERCH

ทองทะลุ 1,800 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 ปี

สภาวะตลาดวันที่ 08 กรกฎาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ  1,790.91 - 1,801.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 26,550 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 300 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,250 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFQ20 อยู่ที่ 26,710 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 310 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,400 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOU20 อยู่ที่ 1,803.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,780.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.40 น. ของวันที่ 08/07/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 09 กรกฎาคม 2020 นายแพทย์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า รายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มเร็วขึ้น ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากโควิด-19 อาจเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตใช้เวลาหลายสัปดาห์ก่อนที่ผู้ติดเชื้อจะป่วยหนักและเสียชีวิตหลังจากติดเชื้อ ขณะที่นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตาระบุว่า การทะยานขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เจ้าของธุรกิจ "วิตกอีกครั้ง ประชาชนเกิดความวิตกอีกครั้ง ผู้นำธุรกิจเริ่มกังวล ผู้บริโภคเริ่มกังวล และมีความรู้สึกอย่างแท้จริงว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจนี้อาจยาวนานกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ หลายรัฐมากขึ้นที่รายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ และฟลอริดามีแนวโน้มเผชิญกับการขาดแคลนเตียงในหน่วยดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล ประเด็นดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ  ขณะที่นักลงทุนลดการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐลง เมื่อ Bloomberg รายงานว่า นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้สภาคองเกรสจำกัดวงเงินในมาตรการเยียวยาผลกระทบ โควิด-19 รอบใหม่ไว้ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์หรือน้อยกว่า แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น, แคนาดา, สหภาพยุโรป และประเทศยุโรปจำนวนมาก กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนร่วมวงเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 นอกจากนี้ กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐทุ่มทุนครั้งใหญ่  วงเงิน  1.6 พันล้านดอลลาร์หนุนบริษัท Novavax Inc ซึ่งจะครอบคลุมการทดลองและการผลิตวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐ โดยมุ่งหวังผลิตวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นแผนริเริ่มของทำเนียบขาวที่มุ่งหวังเร่งความเร็วในการเข้าถึงวัคซีนและการรักษาเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ความพยายามในการแข่งขันกับอำนาจการซื้อและโครงการพัฒนาวัคซีนที่โดดเด่นของสหรัฐและจีนที่อาจทำให้การพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าวัคซีนในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งปัจจุบันหลายบริษัทยังอยู่ในการทดสอบระยะที่ 2 หากมีความคืบหน้าที่ชัดเจนขึ้นทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจถูกขายทำกำไรออกมา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาหลังจากราคาสร้างระดับสูงสุดใหม่ ราคาทองคำมีการแกว่งตัวในกรอบทรงตัวในระดับสูงเพื่อสะสมแรงซื้อ เบื้องต้นประเมินว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับได้ ราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณกรอบแนวต้านด้านบน โดยยังเน้นกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น และทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาทองคำ

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,778 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน อย่างไรก็ตามเมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดของเดือน พ.ย. ปี 2011) หากยังไม่สามารถผ่านไปได้ แนะนำขายทำกำไรบางส่วน แนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวเข้าใกล้บริเวณแนวรับ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับ ราคาทองคำยังมีโอกาสค่อยๆขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวจะปรับตัวลงไปต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,778 (26,300บาท)             1,766 (25,100บาท)                     1,755 (25,950บาท)            

แนวต้าน          1,803 (26,650บาท)             1,817 (26,850บาท)                     1,831 (27,050บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFQ20)

แนวรับ            1,778 (26,380บาท)             1,766 (26,200บาท)                     1,755 (26,040บาท)            

แนวต้าน          1,803 (26,760บาท)             1,817 (26,960บาท)                     1,831 (27,170บาท)

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOU20)

แนวรับ            1,782 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,770 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,755 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,835 ดอลลาร์ต่อออนซ์