NEWS UPDATE • RESEARCH

ราคาทองคำปรับขึ้นอย่างจำกัด จากเหตุไต้หวันแนะลงทุนในกรอบ

สภาวะตลาดวันที่ 10 สิงหาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 2,018.40 - 2,037.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 29,900 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 30,000 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFQ20 อยู่ที่ 30,140 บาท ปรับตัวลดลง 70 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 30,210 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOU20 อยู่ที่ 2,034.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 2,033.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.18 น. ของวันที่ 10/08/2020)


แนวโน้มวันที่ 11 สิงหาคม 2020 TikTok เตรียมที่จะยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐอย่างเร็วที่สุดในวันอังคารนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐลงนามคำสั่งแบน "TikTok" ซึ่งเป็นการดำเนินการของทรัมป์ขัด กับ รัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้เปิดโอกาสให้บริษัทได้ชี้แจง และการดำเนินการโดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของสหรัฐก็ถือเป็นเรื่องที่ไร้ซึ่งข้อมูลสนับสนุน นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า บริษัท Twitter Inc ติดต่อบริษัท ByteDance ของจีนซึ่งเป็นเจ้าของแอพพลิเคชั่น TikTok โดยแสดงความสนใจในการซื้อการดำเนินงานแอพพลิเคชั่นดังกล่าวในสหรัฐ ยังไม่ชัดเจนว่า Twitter Inc จะสามารถเสนอราคาสูงกว่าบริษัท Microsoft Corp และเสร็จสิ้นการทำข้อตกลงดังกล่าวได้ใน 45 วันหรือไม่ หลังจากปธน.ทรัมป์ให้เวลาแก่บริษัท ByteDance ในการทำข้อตกลงขายธุรกิจ ความพยายามกีดกันธุรกิจของจีน สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน ที่มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ นายหยู เฉิงตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Huawei Consumer Business Group เปิดเผยว่า การผลิตชิพเซ็ต "Kirin 9000" ของทางบริษัทจะหยุดลงตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.จากการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีของสหรัฐ ส่งผลให้บริษัทขาดแคลนชิพดังกล่าว อาจส่งผลให้ ยอดขายโทรศัพท์ของ Huawei จะลดลงในปี 2020 เทียบกับปีก่อนหน้า เป็นประเด็นที่ตอกย้ำถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมไต้หวันรายงานในวันจันทร์ว่า กองทัพอากาศของไต้หวัน "ขับไล่" เครื่องบินรบของจีนออกจากน่านฟ้าไต้หวัน หลังจากเครื่องบินจีนข้ามเส้นแบ่งเขตแดนช่องแคบไต้หวัน ซึ่งแบ่งแยกไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเครื่องบินรบของกองทัพจีนถูกติดตามด้วยขีปนาวุธภาคพื้นดินต่อต้านอากาศยาน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากนายอเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ ประชุมร่วมกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวัน ซึ่งทางการจีนคัดค้านการดำเนินการดังกล่าว ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มเติม จากประเด็นเจ้าหน้าที่สหรัฐระดับสูงของสหรัฐเยือนไต้หวันในรอบหลายทศวรรษ แม้ว่าประเด็นดังกล่าวจะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยให้ฟื้นตัวขึ้น หลังจากราคาปรับตัวลดลงในวันศุกร์ แต่การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากสถานการณ์ในไต้หวัน ไม่ได้บานปลาย ขยายวงกว้างออกไป จึงแนะนำลงทุนในกรอบ โดยรอจังหวะเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 2,041-2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ ราคาทองคำอาจมีย่อตัวลงมา โดยประเมินแนวรับที่ 2,015 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีประเมินว่า ในระยะสั้นราคาทองคำอาจขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 2,041-2,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้ ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณนี้ได้หรือไม่ หากไม่ผ่านแนะนำขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง แต่ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้ถือต่อเพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไปโซน  2,061 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับนักลงทุนที่รอซื้อทองคำให้รอดูการตั้งฐานของราคาโดยประเมินแนวรับไว้ที่ 2,015 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนซื้อขายในระยะสั้นและควรตั้งจุดตัดขาดทุน เพื่อลดความเสียหายของพอร์ต

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            2,015 (29,700บาท)             2,000 (29,500บาท)                     1,988 (29,300บาท)            

แนวต้าน          2,047 (30,200บาท)             2,061 (30,400บาท)                     2,075 (30,650บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFQ20)

แนวรับ            2,015 (29,870บาท)             2,000 (29,650บาท)                     1,988 (29,470บาท)            

แนวต้าน          2,047 (30,350บาท)             2,061 (30,550บาท)                     2,075 (30,760บาท)            

            

GOLD ONLINE FUTURES (GOU20)

แนวรับ            2,016 ดอลลาร์ต่อออนซ์              2,001 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,989 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          2,048 ดอลลาร์ต่อออนซ์             2,062 ดอลลาร์ต่อออนซ์      2,076 ดอลลาร์ต่อออนซ์