NEWS UPDATE • RESEARCH

ความวุ่นวายทางการเมืองสหรัฐ สร้างแรงซื้อเข้าพยุงราคาทองคำ

สภาวะตลาดวันที่ 14 มกราคม 2021 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,831.16 - 1,852.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 26,200 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,350 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFG21 อยู่ที่ 26,300 บาท ปรับตัวลดลง 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,450 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOH21 อยู่ที่ 1,844.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 16.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,860.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.32 น. ของวันที่ 14/01/2021)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 15 มกราคม 2021 นายโจ ไบเดน ว่าที่ปธน.สหรัฐเตรียมเปิดเผยแผนกระตุ้นการคลังครั้งใหญ่ในวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาสหรัฐ เกี่ยวกับแผนเยียวยาโควิด-19 “หลายล้านล้านดอลลาร์” โดย CNN รายงานว่า แผนดังกล่าวจะอยู่ที่ราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแรงหนุนดอลลาร์ ความหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ จะช่วงให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นจนกระตุ้นดัชนีดอลลาร์รักษาแรงบวก ขณะที่แนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นอยู่เหนือ 1% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค. ประเด็นดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น นอกจากนี้ วารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ตีพิมพ์ผลการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ซึ่งฉีดให้กับกลุ่มอาสาสมัครทั้งวัยหนุ่มสาวและผู้สูงอายุในปริมาณเพียงหนึ่งโดส โดยพบว่ามีความปลอดภัยและสามารรถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มทดลองดังกล่าว ผลการทดลองพบว่า หลังได้รับวัคซีนผ่านไป 28 วัน ร่างกายของอาสาสมัครส่วนใหญ่สามารถผลิตแอนติบอดีที่มีความเป็นกลาง ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายให้ปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 ข้อมูลดังกล่าว สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายทางการเมืองของสหรัฐ ได้สร้างแรงซื้อเข้าพยุงราคาทองคำไว้ ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 232 ต่อ 197 ถอดถอนปธน.ทรัมป์ ด้วยความผิดในข้อหายุยงปลุกปั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อขัดขวางกระบวนการประกาศรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ขณะที่ทหารจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิพร้อมอาวุธครบมือได้ตรึงกำลังด้านนอกอาคารรัฐสภา เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม ดัชนีหุ้นบลูชิพของจีนร่วงลง หลังจีนรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 10 เดือน ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นก่อนเทศกาลตรุษจีนซึ่งวันหยุดประจำชาติที่สำคัญที่ตามปกติแล้วประชาชนหลายร้อยล้านคนเดินทาง วายแอลจี ประเมินว่าหากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,855-1,874 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านได้ยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรออกมา ซึ่งการอ่อนตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไรเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หลังจากราคาทองคำไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือบริเวณ 1,855-1,874 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ เริ่มเห็นแรงขายที่ออกมาเพิ่มขึ้นจนราคาอ่อนตัวลง แต่ถ้าหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะเห็นการดีดตัวของราคาอีกครั้ง ทั้งนี้หากราคาทองคำหลุดแนวรับ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ควรตัดขาดทุนบางส่วนเพื่อควบคุมความเสี่ยง เพื่อไปรอซื้อใหม่อีกครั้งเมื่อราคาตั้งฐานได้ โดยประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,818 (25,800บาท)             1,800 (25,550บาท)                  1,782 (25,300บาท)             

แนวต้าน         1,855 (26,350บาท)              1,874 (26,600บาท)                 1,889 (26,850บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง (96.50%) เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี ไม่ได้อ้างอิงจากราคาประกาศของสมาคมค้าทองคำ

 

GOLD FUTURES (GFG21)

แนวรับ            1,818 (26,020บาท)             1,800 (25,760บาท)                  1,782 (25,500บาท)             

แนวต้าน         1,855 (26,550บาท)              1,874 (26,820บาท)                 1,889 (27,040บาท) 

          

GOLD ONLINE FUTURES (GOH21)

แนวรับ            1,822 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,786 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,878 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,893 ดอลลาร์ต่อออนซ์