WEALTH BEING • GOLD

จีนลดอัตราดอกเบี้ยรับมือโคโรนา ส่งให้ทองปรับตัวขึ้นระดับจำกัด

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนลงสู่ 5.2% ในปี 2020 เทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 5.7% แต่คงคาดการณ์การเติบโตที่ 5.7% ในปี 2021 โดยระบุว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการค้าในจีน เนื่องจากไวรัสโควิด-19 น่าจะบั่นทอนทัศนะบวกต่อเศรษฐกิจโลกและสร้างความเสี่ยงใหม่ จนกดดันการคาดการณ์ถึงเสถียรภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ หลังจากการสงบศึกทางการค้าสหรัฐ-จีน แม้ว่าประเด็นดังกล่าว จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ทางการจีนออกมาตรการสนับสนุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อระยะกลาง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายพยายามลดผลกระทบต่อธุรกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมและผ่อนคลายภาวะติดขัดทางการเงินต่อบริษัทต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับจำกัด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจีนระบุว่า การชะลอตัวของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 2 วันแสดงว่าความพยายามของพวกเขาในการระงับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มส่งผล แต่ผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศระบุว่านั่นยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวว่าการระบาดเข้าสู่จุดสูงสุดแล้ว ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาผู้โดยสารกว่า 3,000 คนบนเรือสำราญ 2 ลำ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกักกัน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น กำลังเดินทางกลับประเทศ ส่งผลให้กว่า 40 ประเทศทั่วโลกกังวลว่าอาจทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบเพื่อรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาชี้นำ ทั้งนี้ วายแอลจีประเมินว่าหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,593 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้เกิดแรงขายออกมา ซึ่งหากราคาทองคำอ่อนตัวลงมา นักลงทุนสามารถเข้าซื้อสะสม โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,578-1,565 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเน้นไปที่การซื้อในลักษณะเก็งกำไรระยะสั้น พร้อมทั้งตั้งจุดตัดขาดทุนทันทีหากไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดการณ์

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า แนะนำให้เก็งกำไรระยะสั้น โดยรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,578-1,565 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรหากราคามีการดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,593 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,602 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุน เพื่อลดความเสียหายในกรณีที่ราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ทยอยซื้อตามบริเวณแนวรับ ซึ่งหากราคาทองคำอ่อนตัวลงไปอีกและหลุดแนวรับแรก ประเมินแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์


ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,578 (23,300บาท)             1,565 (23,100บาท)                     1,558 (23,000บาท)            

แนวต้าน          1,593 (23,550บาท)             1,602 (23,650บาท)                     1,611 (23,800บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFG20)

แนวรับ            1,578 (23,470บาท)             1,565 (23,270บาท)                     1,558 (23,170บาท)            

แนวต้าน          1,593 (23,690บาท)             1,602 (23,830บาท)                     1,611 (23,960บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOH20)

แนวรับ            1,584 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,571 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,564 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,599 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,617 ดอลลาร์ต่อออนซ์