WEALTH BEING • GOLD

การระบาดของโควิด-19 ยังทำราคาทองคำผันผวน

สภาวะตลาดวันที่ 24 มีนาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,552.60 - 1,595.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 24,350 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1050 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 23,300 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 25,250 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1770 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 23,480 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,606.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 101.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,505.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.30 น. ของวันที่ 24/03/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 25 มีนาคา 2020 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศแผนฉุกเฉินพิเศษในการพยุงเศรษฐกิจ เพื่อชะลอกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัส Covid-19 ผ่านการประกาศมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างไม่จำกัด โดยมุ่งไปที่การเพิ่มเข้าถือตราสารหนี้ที่มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Commercial Mortgage-Backed Securities: CMBS) จากเดิมที่เข้าซื้อเพียงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury securities) และ ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities: MBS) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เฟดจะซื้อหุ้นกู้บริษัท, สนับสนุนการปล่อยเงินกู้โดยตรงแก่บริษัท และจะออกโครงการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็กและกลางเพื่อสนับสนุนตลาดสินเชื่อ ความพยายามอย่างหนักเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ลดความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงรุนแรง จนส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ลง จนหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำเพิ่มขึ้น เมื่อโรงงานถลุงทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก 3 แห่งเปิดเผยว่า ทางโรงงานได้ระงับการผลิตในสวิตเซอร์แลนด์เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสั่งปิดอุตสาหกรรมที่ไม่จำเป็นเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัส Covid-19  อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางหลายแห่งได้ออกมาตรการเชิงรุก แต่แทบไม่เหลือมาตรการที่จะดำเนินการแล้ว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยแตะระดับ 0% หรือต่ำกว่า ภาระในขณะนี้ตกอยู่กับรัฐบาลซึ่งต้องเร่งออกมาตรการสนับสนุนทางการคลังเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก IMF คาดว่า แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะติดลบ โดยอย่างน้อยที่สุดเศรษฐกิจก็จะเข้าสู่ภาวะถดถอยที่เลวร้ายพอๆ กับในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินโลก หรืออาจจะเลวร้ายยิ่งกว่า ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย อาจจะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์จะส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายลดลงมาสู่ระดับ 0.50% ในการประชุมวันที่ 25 มี.ค.นี้ หรืออาจมีมาตรการด้านอื่นๆ ออกมาเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า หลังจาก กนง.ประชุมนัดพิเศษในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. ประกาศลดดอกเบี้ย 0.25% ลงสู่ระดับ 0.75% แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง จนส่งผลบวกต่อราคาทองคำในประเทศ วายแอลจีแนะนำว่าเบื้องต้นประเมินว่า แม้ว่าแนวโน้มราคาทองคำจะเป็นบวกเพิ่มขึ้น แต่ ผลกระทบต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีต่อตลาดสินทรัพย์ต่างๆยากต่อการประเมิน แต่ที่เห็นได้ชัดคือความผันผวนที่เกิดขึ้นจากกระแสข่าวต่างๆ ทั้งนี้ หลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรงแม้ว่ามีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบาง หากราคาทองคำมีการดีดตัวขึ้นต่อ ทดสอบแนวต้านบริเวณแนวต้าน 1,584-1,597 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ ก็จะเกิดแรงขายออกมาเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านโซน 1,584-1,597  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,552-1,547  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,552-1,547  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,516 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,547 (24,050บาท)             1,516 (23,600บาท)                  1,482 (23,050บาท)             

แนวต้าน          1,597 (24,850บาท)             1,632 (25,400บาท)                 1,671 (26,000บาท)            


GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,547 (24,630บาท)             1,516 (24,150บาท)                  1,482 (23,620บาท)             

แนวต้าน          1,597 (25,420บาท)             1,632 (25,970บาท)                 1,671 (26,580บาท)


GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,617 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,652 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,691 ดอลลาร์ต่อออนซ์