WEALTH BEING • GOLD

สภาพคล่องตลาดทองตึงตัว แนะลงทุนระยะสั้น

สภาวะตลาดวันที่ 25 มีนาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,596.70 - 1,643.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 24,500 บาทต่อบาททองคำ ทรงตัวจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,500บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 25,050 บาท ปรับตัวลดลง 230 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,280 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,597.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 9.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,606.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.36 น. ของวันที่ 25/03/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 26 มีนาคม 2020 วุฒิสมาชิกสหรัฐและเจ้าหน้าที่คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ในวงเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจของการระบาดของไวรัส Covid-19 ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียทะยานต่อเนื่อง หลังการพุ่งสูงขึ้นของตลาดวอลล์สตรีท  และตลาดทองคำ ตอบรับกระคาดการณ์ดังกล่าวไปแล้วพอสมควรในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ รายละเอียดที่แน่ชัดของร่างกฎหมายเยียวยาสหรัฐยังไม่ชัดเจน แต่นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภากล่าวว่า แผนดังกล่าวได้รวมถึงความช่วยเหลือวงเงิน 1.50 แสนล้านดอลลาร์และจำนวนเดียวกันในการสนับสนุนรัฐบาลประจำรัฐและท้องถิ่น แหล่งข่าวยังกล่าวว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติสหรัฐยังใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงแผนช่วยเหลือ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับภาคการบิน และคาดว่าสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติบรรลุข้อตกลงร่างกฎหมายในเร็วๆนี้  ขณะที่ราคาทองคำสปอตในลอนดอนต่ำกว่าราคาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐมาก ส่วนต่างที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นสัญญาณว่า ตลาดมีความวิตกว่า การจำกัดการเดินทางทางอากาศและการปิดโรงถลุงทองคำจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งมอบทองคำทองคำจริงมายังสหรัฐเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายล้วงหน้า เนื่องจากสภาพคล่อง หรือ ปริมาณทองคำแท่งที่ลดลง หลังผู้ผลิตรายใหญ่ในหลายประเทศระงับการดำเนินงานเนื่องจากผลกระทบของการระบาดไวรัส Covid-19 อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องในตลาดทองคำที่ตึงตัวมากขึ้น กระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่านักลงทุนที่มองหาแหล่งที่ปลอดภัยสำหรับพักเงินของพวก แต่เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก และ มีการแกว่งตัวผันผวน เหตุผลดังกล่าว อาจยังไม่ดึงดูดให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำเพิ่มเติมในระยะสั้นนี้ จึงเห็นได้ว่าเมื่อราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น  มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา เช่นกัน  วายแอลจีแนะนำว่าเบื้องต้นมีมุมมองว่า ราคาทองคำอาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,630-1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,671 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกไปได้ ก็จะเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณแนวรับ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังคงแนะนำการลงทุนระยะสั้นเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,630-1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมา เนื่องจากราคาแกว่งตัวผัวผวนอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคงถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,585 (24,650บาท)             1,548 (24,050บาท)                  1,523 (23,650บาท)             

แนวต้าน          1,644 (25,600บาท)             1,671 (26,000บาท)                 1,689 (26,300 บาท)            

              

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,585 (24,790บาท)             1,548 (24,210บาท)                  1,523 (23,820บาท)             

แนวต้าน          1,644 (25,710บาท)             1,671 (26,140บาท)                 1,689 (26,420 บาท)          

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,581 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,544 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,519 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,667 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์