NEWS UPDATE • RESEARCH

จับตาราคาทอง 1,876-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คาดจะค่อยๆอ่อนตัวลง

สภาวะตลาดวันที่ 25 กันยายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,861.10 - 1,875.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 27,950 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 27,750 บาทต่อบาททองคำ  ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFV20 อยู่ที่ 28,050 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 230 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 27,820 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOZ20 อยู่ที่ 1,877.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,855.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.29 น. ของวันที่ 25/09/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 28 กันยายน 2020 สมาชิกสภาระดับสูงของสหรัฐระบุว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกำลังสรุปร่างกฎหมายเยียวยาเศรษฐกิจจากโควิด-19 ฉบับใหม่ ซึ่งมีวงเงินราว 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับฉบับก่อนหน้าที่วงเงินกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ความหวังเรื่องมาตรการฉบับใหม่ มีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อการเจรจาอาจเริ่มขึ้นอีกครั้งระหว่างนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ จากพรรครีพับลิกัน ร่างกฎหมายดังกล่าว "มีแนวโน้มจะครอบคลุมการเยียวยาเพิ่มเติมสำหรับภาคสายการบินและร้านอาหาร" และน่าจะรวมถึงมาตรการต่างๆ "ในขนาดที่ลดลง" เช่น การแจกเงิน 1,200 ดอลลาร์แก่ "ชาวอเมริกันส่วนใหญ่", เงินทุนสำหรับนักเรียน, วัคซีนโควิด-19, สวัสดิการว่างงาน และรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่น  ซึ่งมีแนวโน้มจะลงมติสัปดาห์หน้า นอกจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐระบุว่า เงินมากถึง 3.8 แสนล้านดอลลาร์จากมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากโควิด-19 ครั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมาของสภาคองเกรสสหรัฐยังไม่ถูกนำมาใช้และสามารถช่วยเหลือภาคครัวเรือนและธุรกิจหากสมาชิกสภาอนุมัติ ประเด็นดังกล่าว ทำให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ซึ่งดอลลาร์ร่วงจากระดับสูงสุดรอบ 2 เดือน จนหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คาดยุโรปเผชิญเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อนหลังโควิด-19 ระบาดรอบ 2 ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างหนักอีกครั้งต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคดังกล่าว เศรษฐกิจของยูโรโซนหดตัว 11.8% ในไตรมาส 2 ของปี 2020 โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดเมืองที่เข้มงวดที่ใช้เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโควิด-19 มุมมองดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินยูโร จนส่งผลลบต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ปริมาณการซื้อขายทองคำของจีนอาจเบาบางลง เนื่องจาก วันจันทร์ที่ 28 ก.ย. นี้ ตลาดจีนปิดทำการ เนื่องในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ส่งผลให้นักลงทุนในจีนชะลอการลงทุน เบื้องต้นวายแอลจียังคงให้จับตาราคาทองคำบริเวณ 1,876-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคายังไม่สามารถปรับตัวขึ้นยืนเหนือโซนนี้ คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะค่อยๆอ่อนตัวลงมา โดยประเมินแนวรับไว้ในบริเวณ 1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของเดือนกันยายน

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ ให้ลงทุนระยะสั้นในทิศทางอ่อนตัวลง โดยเปิดสถานะขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,876-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ซื้อคืนทำกำไรเมื่อราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ ในระยะสั้นราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในกรอบในทิศทางอ่อนตัวลง หลังจากช่วงก่อนหน้าราคาทิ้งตัวลงแรง หากราคาสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามา โดยประเมินแนวรับแรกโซน 1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวรับได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคหากราคาหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าว ขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน เพื่อรอซื้อคืนหากราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,847 (27,550บาท)             1,831 (27,300บาท)                   1,816 (27,100บาท)           

แนวต้าน          1,876 (28,050บาท)             1,890 (28,250บาท)                   1,906 (28,500บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFV20)

แนวรับ            1,847 (27,700บาท)             1,831 (27,460บาท)                   1,816 (27,240บาท)           

แนวต้าน          1,876 (28,140บาท)             1,890 (28,350บาท)                   1,906 (28,590บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOZ20)

แนวรับ            1,854 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,838 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,823 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,883 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,913 ดอลลาร์ต่อออนซ์