WEALTH BEING • GOLD

วายแอลจีมองราคาทองคำ อยู่ในช่วงปรับฐาน

สภาวะตลาดวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,634.22 - 1,649.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 24,850 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,800 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFG20 อยู่ที่ 25,000 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,950 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOH20 อยู่ที่ 1,653.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 1.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,655.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.39 น. ของวันที่ 26/02/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2020 เจ้าหน้าที่สหรัฐเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดของ ไวรัส COVID-19 ภายในชุมชนของพวกเขา แม้ไม่มีผู้ติดเชื้อดังกล่าว แต่เมืองซานฟรานซิสโก เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมเรื่องไวรัส COVID-19 และสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ว่า ไวรัสอาจแพร่กระจายในเมือง ความกังวลสถานการณ์ กดดันความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง คาดจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นเพิ่มเติม ขณะที่การระบาดเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังตะวันออกกลางและยุโรป นักลงทุนไม่ได้มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐปลอดภัยอีกต่อไป และเริ่มคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ สัญญาล่วงหน้าตลาดเงินสหรัฐในขณะนี้ปรับตัวรับการลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบกับโอกาสราว 50% ในสัปดาห์ก่อน มุมมองดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ แต่อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างจำกัด เมื่อสำนักงานสถิติและสำมะโนประชากรฮ่องกง เปิดเผยว่า การนำเข้าทองคำสุทธิรายเดือนของจีนผ่านทางฮ่องกงลดลง 77% เป็น 9.34 ตันในเดือนมกราคม ขณะที่ประเทศกำลังต่อสู้กับการระบาดของไวรัส COVID-19 นอกจากนี้ สถานการณ์สงครามการค้าระว่างสหรัฐ จีน มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น หลังนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และ นายซอนนี เพอร์ดิว รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐเปิดเผยว่า จีนได้เริ่มปฏิบัติตามสัญญาจากข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมผ่านการดำเนินการต่างๆ แถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่สหรัฐทั้ง 2 ยังระบุว่า จีนได้ยกเลิกและลดภาษีตอบโต้บางส่วนต่อสินค้าเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงระยะที่ 1 ส่งผลให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศลดลง ทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลงตามไปด้วย เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่า ราคาทองคำในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน หลังจากราคาทะยานขึ้นทดสอบระดับแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี โดยหากราคาทองคำมีการดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,650-1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนได้ราคาทองคำอาจมีโอกาสย่อตัวทดสอบแนวรับบริเวณ 1,625-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังเน้นกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นและทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาทองคำ

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน เบื้องต้นประเมินว่า เมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำขายทำกำไรบางส่วน แนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวเข้าใกล้บริเวณแนวรับ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับราคาทองคำยังมีโอกาสค่อยๆขยับขึ้น โดยประเมินว่าหากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวจะปรับตัวลงไปต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,625 (24,500บาท)             1,616 (24,350บาท)                     1,603 (24,150บาท)            

แนวต้าน          1,650 (24,900บาท)             1,664 (25,100บาท)                     1,678 (25,350บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFG20)

แนวรับ            1,625 (24,640บาท)             1,616 (24,510บาท)                     1,603 (24,310บาท)            

แนวต้าน          1,650 (25,030บาท)             1,664 (25,240บาท)                     1,678 (25,450บาท)         

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOH20)

แนวรับ            1,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,621 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,655 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,669 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,683 ดอลลาร์ต่อออนซ์