NEWS UPDATE • RESERCH

แนะลงทุนระยะสั้นหลังมีแรงกดดันราคาทอง ระมัดระวังแรงขายทำกำไร

สภาวะตลาดวันที่ 29 พฤษภาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,712.10 - 1,724.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 25,950 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,000 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM20 อยู่ที่ 26,050 บาท ปรับตัวลดลง 110 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,160 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,727.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 1.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,728.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.42 น. ของวันที่ 29/05/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 01 มิถุนายน 2020 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มขึ้น เมื่อปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศจะลงโทษจีนต่อการที่รัฐสภาจีนอนุมัติร่างกฎหมายความมั่นคงสำหรับฮ่องกง อาจจะบั่นทอนเสรีภาพของฮ่องกง ขณะที่นายแลร์รี คัดโลว์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐกล่าวต่อสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า ขณะนี้ฮ่องกงอาจจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับจีนในเรื่องการค้าและประเด็นเกี่ยวข้องกับภาษีและเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสทางการเงิน และการจดทะเบียนในตลาดหุ้นและประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้อง เมื่อพิจารณาจากความเคลื่อนไหวของจีนในการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ที่สหรัฐเตือนว่าจะบั่นทอนการปกครองตนเองของฮ่องกง เบื้องต้นนักลงทุนมุ่งความสนใจเปลี่ยนไปที่การตอบโต้ของปธน.ทรัมป์ต่อการที่จีนผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติสำหรับฮ่องกง อาจจะจุดชนวนความขัดแย้งทางการทูตระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ จีนออกมาประกาศว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทจีน โดยระบุว่าจีนพร้อมจะขึ้นบัญชีบริษัทที่ไม่น่าเชื่อถือกับบริษัทสหรัฐ ท่าทีแข็งกร้าวของจีน กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับการตอบโต้ของจีน หากความตึงเครียดระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นก็จะบั่นทอนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและหนุนราคาทองคำเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ความหวังอย่างมากเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจการผ่อนคลายข้อจำกัดการรักษาระยะห่างทางสังคม ประกอบกับ หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนายาและวัคซีนต้านโควิด-19 ซึ่งเป็นความหวังเดียวที่จะเอาชนะโรคระบาดนี้ได้ สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุน ติดตามการทดลองยาและวัคซีนต้านโควิด-19 ว่ามีการพัฒนาไปถึงขั้นไหนและมีความคืบหน้ามากน้อยเพียงใด หลังจากมีวัคซีนกว่า 100 แบบที่กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพัฒนาขณะนี้ ซึ่งในจำนวนนี้อย่างน้อย 8 แบบอยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลินิกกับคน ทั้งนี้ เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงยังคงมีแรงเข้าซ้อนซื้อเพิ่มขึ้นจากปัจจัยดังกล่าว แต่โดยรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบ นักลงทุนควรลงทุนระยะสั้น และไม่ควรถือครองสถานะซื้อหรือขายทองคำมากเกินไป

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำอาจมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,736-1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,706-1,693 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หากหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับถัดไปอยู่ที่โซน 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,706 (25,700บาท)             1,693 (25,500บาท)                   1,680 (25,300บาท)           

แนวต้าน          1,739 (26,200บาท)             1,754 (26,450บาท)                   1,765 (26,600บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFM20)

แนวรับ            1,706 (25,790บาท)             1,693 (25,600บาท)                   1,680 (25,400บาท)           

แนวต้าน          1,739 (26,300บาท)             1,754 (26,520บาท)                   1,765 (26,690บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,697 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,684 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,743 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,769 ดอลลาร์ต่อออนซ์