NEWS UPDATE • RESERCH

ความตึงเครียดสหรัฐ-จีนต่อประเด็นฮ่องกง ส่งผลบวกต่อราคาทองคำ

สภาวะตลาดวันที่ 30 มิถุนายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ  1,768.21 - 1,773.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 25,900 บาทต่อบาททองคำ ทรงตัวจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,900บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFQ20 อยู่ที่ 26,080 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 70 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,010 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOU20 อยู่ที่ 1,778.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,775.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.23 น. ของวันที่ 30/06/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 01 กรกฎาคม 2020 รัฐสภาจีนผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติสำหรับฮ่องกง เพื่อรับมือกับการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่บ่อยครั้งลุกลามเป็นความรุนแรงในฮ่องกงเมื่อปีที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้จะแก้ปัญหาการบ่อนทำลาย, การก่อการร้าย, การแบ่งแยกดินแดน และการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ เพื่อเป็นการเตรียมการสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดต่อวิถีชีวิตของฮ่องกงนับตั้งแต่อังกฤษส่งคืนฮ่องกงแก่จีนในปี 1997 หลังจากที่สหรัฐระงับการปฏิบัติเป็นพิเศษต่อฮ่องกงภายใต้กฎหมายของสหรัฐ สะท้อนความตึงเครียดสหรัฐ-จีน ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้ส่งผลบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวของจีนถูกมองว่าจะบั่นทอนเสรีภาพในระดับสูงของฮ่องกง ทางด้านประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวันระบุว่า เธอผิดหวังเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว ขณะที่คณะรัฐมนตรีไต้หวันระบุว่า กฎหมายฉบับใหม่ดังกล่าวจะ "ส่งผลกระทบอย่างหนัก" ต่อเสรีภาพ, ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง และเสริมว่า ไต้หวันจะยังคงเสนอความช่วยเหลือแก่ชาวฮ่องกงต่อไป นอกจากนี้ นายโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวฮ่องกง จากการเป็นผู้นำกลุ่ม Demosisto ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย ประกาศถอนตัวจากการเป็นผู้นำกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หลังจากที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า จีนผ่านกฎหมายความมั่นแห่งชาติสำหรับฮ่องกง อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตยบางส่วนในฮ่องกง เรียกร้องให้มีการเดินขบวนอย่างสงบจากคอสเวย์ เวย์ไปยังเซ็นทรัล ในวันพุธนี้ เพื่อคัดค้านกฎหมายความมั่นคง กลุ่ม CHRF ซึ่งจัดการเดินขบวนครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว มีกำหนดเข้าร่วมการแถลงแผนการเดินขบวนที่วางแผนไว้วันที่ 1 ก.ค. กลุ่มนักเคลื่อนไหวกล่าวว่า พวกเขาจะทำการชุมนุม ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไรก็ตาม ทั้งนี้ ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบทรงตัวในระดับสูงเพื่อรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาชี้นำ ทั้งนี้ วายแอลจีประเมินว่าหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะทำให้เกิดแรงขายออกมา ซึ่งหากราคาทองคำอ่อนตัวลงมา นักลงทุนสามารถเข้าซื้อสะสม โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเน้นไปที่การซื้อในลักษณะเก็งกำไรระยะสั้น พร้อมทั้งตั้งจุดตัดขาดทุนทันทีหากไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดการณ์

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น แต่ราคาในระยะสั้นกลับมามีการแกว่งตัวในกรอบขึ้นสลับลง นักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้น โดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาหลุดแนวรับแรก มุมมองเชิงบวกจะลดลง ซึ่งราคาอาจจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป 1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยและให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่า การลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง


ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,760 (25,750บาท)             1,747 (25,550บาท)                     1,732 (25,350บาท)            

แนวต้าน          1,779 (26,050บาท)             1,795 (26,250บาท)                     1,803 (26,350บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFQ20)

แนวรับ            1,760 (25,900บาท)             1,747 (25,710บาท)                     1,732 (25,490บาท)            

แนวต้าน          1,779 (26,180บาท)             1,795 (26,410บาท)                     1,803 (26,530บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOU20)

แนวรับ            1,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,753 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,738 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,785 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,801 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,809 ดอลลาร์ต่อออนซ์