Money Tips
3 Gen 3 Style จัดพอร์ตกองทุนยังไงให้ปัง

ในแต่ละช่วงอายุ ทุกคนมีความต้องการทางการเงินแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากประสบการณ์ การศึกษา หรือความจำเป็นของแต่ละช่วงวัย เช่น สมัยทำงานอาจจะซื้อทุกอย่างที่อยากได้ โดยไม่ต้องคิดหรือคำนึงถึงความคุ้มค่ามากนัก จนผ่ายไป เริ่มมีครอบครัว เริ่มมีคนที่อยู่ในการดูแล การใช้จ่ายและความต้องการทางการเงินก็อาจเปลี่ยนไป

                 โดยเราอาจจะแบ่งช่วงวัย หรือ Generation ได้เป็น 3 แบบ คือ เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) หรือ ผู้ที่เกิดในช่วงปร พ.ศ. 2489-2507 ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็เรียกว่าอยู่ในวัยเกษียณแล้ว, เจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ หรือ เจนเอ็กซ์ (Generation X) หรือ ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2508-2522 ซึ่งอยู่ในช่วงเตรียมเกษียณ และ เจอเนอร์เรชั่นวาย หรือ เจนวาย (Generation Y) หรือ ผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2523-2540 ซึ่งเพิ่งเริ่มทำงาน หรือทำงานได้สักพักแล้ว ถ้าเรามองดูช่วงอายุก็จะเห็นได้ถึงมุมมอง แนวคิดที่อาจจะแตกต่างกัน ในตอนนี้เราจะมาดูเรื่องการจัดพอร์ตกองทุนให้สมวัยกัน

Gen Y (พ.ศ.2532-2540) หรือวัยที่ทำงานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

                ยังเหลือระยะเวลาทำงานอีกเป็นสิบปี ดังนั้น การจัดพอร์ตจะสามารถรับความเสี่ยงหรือผันผวนได้สูงที่สุดใน 3 GEN อาจจะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นได้ในสัดส่วน ตั้งแต่ 70-100% เลยทีเดียว ในส่วนของกองทุนรวมตราสารหนี้นั้น อจจะลงทุนได้เพียงแค่เป็นที่พักเงินหรือเพื่อเป็นสภาพคล่องเท่านั้น โดยอาจจะพิจารณาการลงทุนในกองทุนที่ให้สิทธิทางภาษี ทั้ง LTF และ RMF ให้เต็มที่ก่อน ถ้ายังมีเงินลงทุนเพิ่มค่อยพิจารณาการลงทุนในกองทุนประเภทอื่นต่อไป

                สุดท้ายนี้ ในการลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ก็ตาม สิ่งที่ทุกคนต่างมีคือระยะเวลาในการลงทุน และการยอมรับความเสี่ยง หากเราลงทุนในระยะเวลาที่นานพอ อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ความผันผวนจะลดลง

 

Gen X (พ.ศ. 2508-2522) หรือวัยก่อนเกษียณ

                 วัยนี้ต้องเคลียร์เรื่องภาระหนี้สิน ทั้งบ้าน รถยนต์ หรืออื่นๆ ให้หมด เพื่อจะได้มีเวลาในการเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งถ้าเตรียมตัวไม่ดี อาจจะไม่กล้าเกษียณ หรือถ้าเกษียณจากงานประจำ อาจจะต้องหารายได้ เพราะมีเงินเก็บไม่พอใช้ในช่วงหลังเกษียณ พอร์ตที่แนะนำ ควรเน้นการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะกลางและระยะยาว ในสัดส่วนประมาณ 50-70% ของพอร์ต และลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ทุน ประมาณ 30-50% ของพอร์ต โดยการปรับสัดส่วรของกองทุนรวทตราสารนั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลา ที่เหลือในการเกษียณ โดยอาจจะมุ่งเน้นไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF ซึ่งมีนโยบายการลงทุนหลากหลายและยังได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีด้วย

 

Baby Boomer  (พ.ศ.2489-2507) หรือวัยใกล้เกษียณ

                ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีรายได้จากงานประจำแล้ว ดังนั้นจึงค่อนข้างระมัดระวังในการใช้เงิน สำหรับบางคนอาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ การจัดพอร์ตจึงควรเป็นแบบระมัดระวัง เป้าหมายก็คือ นะเงินเฟ้อ แต่ไม่หวือหวา หรือผันผวนมากนัก พอร์ตที่แนะนำคือ เป็นพอร์ตกองทุนรวมตราสารหนี้รวมกันประมาณ 70-90% โดยจะลงทุนในกองทุนรวมตราสารเงิน หรือตราสารหนี้เท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงิน และรายจ่ายที่จำเป็น ในส่วนของกองทุนรวมตราสารทุนหรือหุ้นนั้น ควรลงทุนอยู่ในสัดส่วนประมาณ 10-30% เท่านั้น และไม่ควรลงทุนในกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงของค่าเงิน

โดย นิคม เจริญสุขโสภณ นักวางแผนการเงิน CFP  

 

 

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking