บทวิเคราะห์
แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ ประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2561 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

                   บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ว่า สหรัฐคาดถึงการดำเนินการในทันทีจากจีนในประเด็นการค้า หลังจากที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศบรรลุข้อตกลงซึ่งรวมถึงการลดภาษีรถยนต์และมาตรการต่อต้านการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับโอนถ่ายเทคโนโลยี ขณะที่นายซอนนี เพอร์ดิว รมว.เกษตรสหรัฐกล่าวว่า จีนอาจจะเริ่มซื้อถั่วเหลืองสหรัฐอีกครั้งราววันที่ 1 ม.ค.2562 อันเป็นผลจากอุปทานที่จำกัดในบราซิล

                   หลังจากก่อนหน้านี้ จีนได้ลดการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอันเป็นผลจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน สัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่าทั้งสองประเทศมีแนวโน้มที่จะประนีประนอมกันมากขึ้น ซึ่งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าโลก ขณะที่สกุลเงินหยวนแข็งค่าขึ้นนำสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น จนสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงสู่ 2.94% ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. โดยส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี และ 10 ปี กลับมาติดลบในรอบหลายปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักลงทุนบางรายคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอความเร็วในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

                   ทั้งนี้ นายแรนดัล ควอร์เลส หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟดได้แสดงความเห็นในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่สภาวิเทศสัมพันธ์ของสหรัฐในรัฐนิวยอร์กว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดกำลังเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลาง ซึ่งสอดคล้องกับที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้แสดงความเห็นก่อนหน้านี้ แนวโน้มดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ

                   อย่างไรก็ตาม ประเด็นงบประมาณของอิตาลี ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินยูโรและราคาทองคำ โดยนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเตของอิตาลีได้กล่าวกับนสพ. Avvenire ว่า เขาจะยื่นข้อเสนองบประมาณใหม่ ซึ่งอาจจะรวมถึงยอดขาดดุลที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้อย่างสมเหตุสมผล  โดยมีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการด้านวินัยจากสหภาพยุโรป (EU)

                   ทั้งนี้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นตอบรับปัจจัยบวกมาแล้วในระดับหนึ่ง หากราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านด้านบนที่ 1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงมาบริเวณโซน 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์

                   ทั้งนี้ หลายครั้งที่ราคาทองคำอ่อนตัวลงก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่หากแรงซื้อไม่มากพอ หรือ ราคาไม่สามารถทะลุผ่านกรอบบนไปได้ มีโอกาสปรับตัวลงทดสอบแนวรับเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

                   กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ให้รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับ เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการดีดตัว ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,244 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดให้รอเข้าซื้อที่แนวรับถัดไปบริเวณ 1,212-1,206 ดอลลาร์ต่อออนซ์

                   สำหรับการทำกำไรให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้านแรกได้ และรักษาระดับยืนเหนือกรอบราคาได้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ให้ถือต่อไป ซึ่งราคาทองคำน่าจะสามารถขยับตัวขึ้นต่อไปได้

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ        1,221 (18,900บาท)        1,212 (18,750บาท)           1,206 (18,650บาท)

แนวต้าน      1,244 (19,250บาท)        1,256 (19,450บาท)           1,266 (19,600บาท)            

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking