วารสารการเงินธนาคาร
Exclusive Interview : ประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

ประภาศ คงเอียด

ผู้อำนวยการ

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

 

เดินหน้าผลักดันกฎหมาย

เพิ่มประสิทธิภาพบริหารสินทรัพย์ประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)  เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรัฐวิสาหกิจซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 14.90  ล้านล้านบาท  จึงเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ

ประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)  ให้สัมภาษณ์พิเศษ การเงินธนาคาร ว่า สคร.เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลทรัพย์สินของประเทศในทุกด้าน โดย สคร. จะทำการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้ในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“สคร. เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลทรัพย์สินของประเทศในทุกด้าน ดังนั้นจึงอยากทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของประเทศให้มีความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงสุด” 

 

ผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจดีขึ้น

พร้อมผลักดันกฎหมายกำกับดูแล

ประภาศกล่าวว่า ภารกิจของ สคร. ส่วนแรก คือการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 56 แห่งในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งภาพรวมของรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ปี 2558 ถึงปี 2560 รัฐวิสาหกิจมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นมาก โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 175,159 ล้านบาท เป็น 376,834 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย  (CAGR) 46.68%  ต่อปี

นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจยังมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้นเช่นกัน โดยมี ROA เพิ่มขึ้นจาก 1.26%  เป็น 2.53%  และมี ROE เพิ่มขึ้นจาก 7.21% เป็น 13.60% สำหรับในรอบ 6 เดือน ของปี 2561 รัฐวิสาหกิจในภาพรวมมีกำไรสุทธิประมาณ 214,053 ล้านบาท

            ขณะที่ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปี 2560 รัฐวิสาหกิจในภาพรวมมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 13.89 ล้านล้านบาท เป็น 14.90 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 3.57%  ต่อปี โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 รัฐวิสาหกิจมีสินทรัพย์เท่ากับ 14.42 ล้านล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2561 เนื่องจากหนี้สินที่ลดลง

ทั้งนี้ หากพิจารณามั่นคงทางการเงินจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) พบว่าตั้งแต่ปี 2558 ถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 รัฐวิสาหกิจในภาพรวมมี D/E ratio ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 4.72 เท่า เหลือ 3.43 เท่า โดยรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมี D/E ratio ลดลงจาก 3.16 เท่า เหลือเพียง 1.27 เท่า เท่านั้น

            สำหรับปีงบประมาณ 2561 สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 157,041ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย  20,041 ล้านบาท หรือคิดเป็น 115%  ของเป้าหมาย  โดยเป็นรายได้นำส่งของสาขาพลังงาน  55,595  ล้านบาท  หรือ  35.405%  สาขาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม  41,137.29 ล้านบาท หรือ 26.20%  และสาขาสถาบันการเงิน  29,143 ล้านบาท หรือ 18.56%  อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2562 สคร. มีเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณจำนวน 168,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายในปี 2561 ถึง 23%

            ส่วนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการ  ได้แก่ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย,  บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), การรถไฟแห่งประเทศไทย, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), การรถไฟแห่งประเทศไทย และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด

            ประภาศกล่าวต่อว่า ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นจึงได้ปรับปรุงร่างของ พ.ร.บ. ซุปเปอร์โฮลดิ้ง โดยใช้ชื่อ ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับและดูแลรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกฎหมายจะมีการจัดโครงสร้างและกำหนดบทบาทในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน โดยมีคณะกรรมการนโยบายตามกฎหมาย ซึ่งจะยกระดับองค์กรกลางในการพัฒนากำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ

รวมถึงมีการกำหนดทิศทาง เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ในการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน ซึ่งในกฎหมายจะกำหนดให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งทำแผนย่อยมีการสร้างกลไกในการสนับสนุนกิจการที่ต้องทำตามนโยบายของรัฐ

            นอกจากนี้ ยังมีการปฏิรูประบบการประเมินผล เนื่องจากระบบในปัจจุบันมีจุดอ่อนจากการที่ระบบการประเมินไม่สอดคล้องกันธุรกิจแต่ละประเภทของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งระบบประเมินแบบใหม่จะกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจนมากขึ้น มีความเข้มข้นในการประเมินสูงขึ้น โดยจะเริ่มใช้ระบบประเมินผลใหม่ในปีงบประมาน 2563

 

ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2561 ฉบับที่ 440 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ
และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking