ข่าวรอบวัน
TMBAM Eastspring เปิดตัวกองทุนใหม่ ขยายช่องทางการลงทุนให้นักลงทุนไทย

TMBAM Eastspring เตรียมออก IPO กองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง Asia Pacific Property Flexible (TMB-ES-APPF) วันที่ 21-29 มกราคม 2562 คาดให้ผลตอบแทน 6-8% พร้อมเผยห้างขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ที่ TMBAM Eastspring เข้าไปลงทุน

                นายสมจินต์ ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่า การที่อีสท์สปริง อินเวสต์เมนทส์  บริษัทจัดการลงทุนในภูมิภาคเอเชียของกลุ่มบริษัท พรูเด็นเชียล จำกัด ได้เข้ามาถือหุ้น บลจ.ทหารไทย (TMBAM) ในสัดส่วน 65% ตั้งแต่เดือนต.ค. 61 ถือเป็นการเพิ่มโอกาสการลงทุนในตลาดโลกมากขึ้น โดยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาทาง TMBAM ได้ปรับปรุงระบบภายในบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างชัดเจน

                “4 ปีที่ผ่านมา กองทุนกองทุนเปิดทหารไทย พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส (TMBPIPF) มีนักลงทุนเข้าลงทุนแล้วถึง 3.6 หมื่นล้านบาท มีการจ่ายปันผล 15 ครั้ง ซึ่งมีรายได้ที่ค่อนข้างเสถียรภาพ แต่ทางทีเอ็มบีรู้สึกว่าตลาดเราแคบไป จึงออกกองทุนเปิดใหม่ที่ชื่อว่าทีเอ็มบี อีสท์สปริง Asia Pacific Property Flexible (TMB-ES-APPF) ซึ่งถือเป็นกองทุนแรกที่ทาง ทีเอ็มบีและอีสท์สปริงทำงานร่วมกัน โดยจะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 21-29 ม.ค.62”

                นอกจากนี้ อีสท์สปริง อินเวสต์เมนทส์  มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ในเอเชียเป็นอย่างมาก รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียยังคงขยายตัวได้ดีอยู่ ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะนำสิ่งเหล่านี้มาแนะนำแก่นักลงทุนไทย ทั้งนี้ เชื่อว่าการมองจังหวะเวลาในการลงทุน ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นการที่มีบริษัทเชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลกเข้ามาช่วยบริหารพอร์ตจึงเป็นโอกาสที่ดี รวมถึงปี 2019 อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯจะถึงจุดสูงสุด ทำให้ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดลดน้อยลง และทาง Eastspringมีความชำนาญในเรื่องการลงทุนตามมูลค่า (Value Investment)  รวมถึงราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับลงมาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จะนำมาซึ่งราคาที่เหมาะสมแก่การลงทุน จึงเชื่อว่าการร่วมมือกันระหว่าง TMBAM, Eastspringและธนาคารทีเอ็มบีซึ่งยังเป็นผู้ถือหุ้นหลักที่สำคัญ จะช่วยดูแลลูกค้าที่ประเทศไทยได้ดีขึ้น

                สำหรับกองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง Asia Pacific Property Flexible มีนโยบายลงทุนในทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในหมวดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิก เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมถึงไทย มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

                 โดยกองทุนนี้ อีสท์สปริงเป็นผู้บริหารจัดการกองทุน และ TMBAM Eastspring จะดูแลในด้านโครงสร้างการลงทุนของกองทุนและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยคาดให้อัตราผลตอบแทนประมาณ 6-8% ก่อนหักค่าใช้จ่าย และให้ลงทุนระยะยาว 3 ปีขึ้นไป ทั้งนี้คาดจะลงทุน REIT 65% และ ลงทุนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 36%

                ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนของ REIT ในภูมิภาคเอเชียประมาณ 4.5-6.5% ทำให้ความผันผวนมีไม่มากจนเกินไป ขณะเดียวกันกองทุนนี้ลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งให้โอกาสการเติบโตทางด้านราคาโดยคาดว่าจะให้ผลตอบแทนประมาณ 2-3%

                นางเพอร์รี่ แยป ผู้จัดการกองทุนอีสท์สปริงอินเวสต์เมนทส์  เปิดเผยว่า หนึ่งในกอง REIT ที่กองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง Asia Pacific Property Flexible (TMB-ES-APPF) จะเข้าไปลงทุนคือ กอง REIT ที่ออกโดย Mapletree ซึ่งมีห้าง VIVO ห้างขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะสิงคโปร์เป็นทรัพย์สินอยู่ในกอง สำหรับห้าง VIVO เปรียบเสมือนแหล่งกระจายเส้นทางคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน รถยนต์ รวมถึง Cable car ที่สามารถเดินทางไปยังเกาะเซ็นโตซ่า ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของประเทศสิงคโปร์ จึงทำให้ห้าง VIVO เป็นห้างที่มีผู้คนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

                แม้กระแสของ E-commerce จะมาแรงแต่ความแตกต่างของห้างนี้ คือการมีห้องสมุดที่ลงทุนโดยรัฐบาลของสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป็นแรงดึงดูดที่ดีจากนักเรียนในสิงคโปร์ที่รักการอ่านหนังสือเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เหตุผลที่ทำให้กองทุนเข้ามาลงทุนคือ การใช้ประโยชน์ของพื้นที่ในห้างได้อย่างคุ้มค่า เช่น โรงภาพยนต์ที่ใช้พื้นที่บริเวณหน้าโรงภาพยนต์น้อยมาก เนื่องจาก ลูกค้าสามารถจองตั๋วหนังผ่านช่องทางออนไลน์

                สำหรับสัญญาเช่าของห้างมีระยะเวลาอยู่ที่3-5 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่เช่า โดยอัตราการเติบโตของค่าเช่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 3-5% ต่อปี ซึ่งมาจากร้านอาหารมากที่สุด เนื่องจากอัตราการเก็บค่าเช่าขึ้นอยู่กับผลประกอบการของร้านค้า ซึ่งร้านอาหารทำรายได้ได้ดีที่สุดโดยพื้นที่กว่า 30% ในห้างเป็นร้านอาหาร ทั้งนี้ การบริหารของห้าง คือ การทำให้ห้างเป็นที่นิยมซึ่งจะดึงดูดให้คนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาค่าเช่าภายในห้างเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 


Related News