ข่าวรอบวัน
กสิกรมองค่าเงินบาทสิ้นปีที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ คาดดัชนีหุ้นไทยปี62 อยู่ที่ 1,750 จุด

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2562 คาดว่าจะชะลอตัวลงจากปีก่อน จากความเสี่ยงต่างๆ ที่ชัดเจนมากขึ้น เช่ย นโยบายกีดกันทางการค้าและนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น

โดยที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐเป็นผลจากนโยบายการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลทรัมป์ ที่ช่วนสนับสนุนการบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตามแรงส่งต่อเศรษฐกิจจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวคาดว่าจะค่อยๆ แผ่วลงในระยะต่อไป

ขณะที่เศรษฐกิจจีนกำลังประสบความท้าทายทั้งจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ โดยเศรษฐกิจจีนขยายตัวชะลอลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจาดนโยบายปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐและผลจากนโยบายกีดกันทางการค้า

ด้านเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะชะลอตัวลง โดยเฉพาะภาคการส่งออกและท่องเที่ยว โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะขยายตัวที่ 4% แต่หากการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามคาด คาดว่าเศรษฐกิขไทยจะขยายตัวที่ที่ 3.5% ซึ่งมากกว่าเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 3% ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 4.5%

สำหรับค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 เนื่องจากความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่เริ่มมีความหวังว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะราบรื่นส่งผลให้เงินสกุลตลาดเกิดใหม่แข็งค่า ด้านปัจจัยในประเทศ การเลือกตั้งที่มีกรอบเวลาชัดเจนและปัจจัยฤดูการท่องเที่ยวจะยิ่งกดดันให้เงินบาทแข็งค่า ทั้งนี้คาดว่าค่าเงินบาทในไตรมาสแรกจะอยู่ที่ 31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตามคาดว่าค่าเงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าในช่วงครึ่งหลังของปี โดยมีปัจจัยจากฤดูการท่องเที่ยวที่หมดลง ผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้า และส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ได้ปรับค่าเงินบาทในช่วงสิ้นปีจาก 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็น 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สำหรับอัตราเงินเฟ้อ ณ สิ้นปี 2562 คาดว่าจะอยู่ที่ 0.8% และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงสิ้นปี

ด้านนายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยปี 2562 อยู่ที่ 1,750 จุด โดยมีปัจจัยที่ทำให้ตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นช้าลง สถานการณ์สงครามการค้าที่ผ่อนคลายลง ตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้ว และ สถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) เริ่มผ่อนคลายลง

นอกจากนี้คาดว่าแม้สถานการณ์เหล่านี้จะเริ่มผ่อนคลายในไตรมาศหนึ่ง แต่ในไตรมาสสองและสามปัจจัยเหล่านี้ก็จะเริ่มกลับมาอีกครั้ง และมีปัจจัยลบเข้ามาเพิ่ม ได้แก่เรื่องของกำไรบริษัทจดทะเบียนอเมริกาที่อาจจะไม่เพิ่มขึ้นเหมือนที่ผ่านมา และเรื่องเศรษฐกิจยุโรปที่ไม่คลี่คลาย

โดยประเมินว่าระหว่างปี 2562 นี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะแกว่งตัวแรง และมีความผันผวนราว 300 จุด โดยอยู่ระหว่าง 1,400-1,700 จุด

สำหรับหุ้นเด่นสำหรับปี 2562 แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศและ ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน BBL , บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)TISCO และ หุ้นกลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) CPALL, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) HOMEPRO , บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) CPN และ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT , บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) CENTEL , บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ERW และ หุ้นกลุ่มรับเหมา ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) CK , บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) STEC และ หุ้นกลุ่มพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)PTT และ หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่ได้ประโยชน์จากเรื่องของ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) BGRIM


Related News