ข่าวรอบวัน
กรมบังคับคดีแถลงผลงานไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณพ.ศ.2562

กรมบังคับคดีแถลงผลงานไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณพ.ศ.2562 ซึ่งสามารถเร่งผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบได้กว่า 46,274 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ร้อยละ 44.59 และสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีสำเร็จมากกว่า 5,000 ราย สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ร้อยละ 88.09โดยมีทุนทรัพย์กว่า 2,000 ล้านบาท

                นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี แถลงผลการดำเนินงานของไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามนโยบายกรมบังคับคดีประจำปีงบประมาณพ.ศ.2562 เพื่อการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศใน 5 ด้าน (LED5Excellence) ได้แก่การบริหารจัดการคดี (Case Management Excellence) การพัฒนานวัตกรรม และระบบการทำงาน (IT Excellence) การพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Information Excellence) การเพิ่มศักยภาพบุคลากร (HR Excellence) และการยกระดับองค์กร (Organization Excellence) เพื่อพัฒนาไปสู่ LED - Thailand4.0โดยมีผลการดำเนินงานหลักๆ ดังนี้

                      1. การเร่งผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบตามที่ได้กำหนดค่าเป้าหมายในการผลักดันทรัพย์สินในปีงบประมาณ 2562 ไว้สูงกว่าปีงบประมาณที่ผ่านมาจำนวนถึง 130,000 ล้านบาท ในไตรมาสแรกนี้ สามารถผลักดันทรัพย์สินได้เป็นเงินจำนวน 46,274,145,932 บาท คิดเป็นร้อยละ 35.60 ของเป้าหมาย และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ พ.ศ.2561สามารถผลักดันทรัพย์สินได้สูงกว่า คิดเป็นร้อยละ 44.59 โดยผลของการขายทอดตลาด การงดการบังคับคดี และการถอนการบังคับคดีของไตรมาสแรกปี พ.ศ. 2562 สูงกว่า ปี พ.ศ. 2561คิดเป็นร้อยละ 50.8972.90 และ 30.21 ตามลำดับ อันเป็นผลเนื่องมากจากการทำงานเชิงรุกทั่วประเทศและขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างยิ่งขึ้น

                      2. การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดี ภายใต้กลยุทธ์การดำเนินการไกล่เกลี่ย “เชิงรุก เชิงลึกและครอบคลุม”มีเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยจำนวน ๕,๘๔๗ เรื่อง และสามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จ 5,257 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 89.91 ของเรื่องที่เข้าสู่การไกล่เกลี่ย ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สามารถไกล่เกลี่ยได้สำเร็จสูงกว่า คิดเป็นร้อยละ 88.09และทุนทรัพย์ไกล่เกลี่ยสำเร็จสูงกว่า ปี พ.ศ. 2561 คิดเป็นร้อยละ 96.87 โดยได้ทำการไกล่เกลี่ยหนี้ครัวเรือน หนี้รายย่อยต่างๆ และหนี้ก.ย.ศ. เป็นต้นโดยในเดือนธันวาคม 2561กรมบังคับคดีร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ก.ย.ศ.) จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีหนี้ ก.ย.ศ. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีลูกหนี้กยศ.เข้าร่วมมหกรรมจำนวนทั้งสิ้น 7,329 รายซึ่งผู้บริหาร ก.ย.ศ. ได้ชี้แจงหลักเกณฑ์ใหม่ของ ก.ย.ศ. ให้กับลูกหนี้ ก.ย.ศ. ทราบ อันเป็นการสร้างความรับรู้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน และได้มีการลงทะเบียนผู้สนใจทำงานสำนักงานแรงงานจังหวัด และผู้ป่วยเรื้อรัง  ซึ่งเป็นการทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่

                      3. การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในการบังคับคดีแพ่งและบังคับคดีล้มละลาย ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๒ กรมบังคับคดีได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่

                            1. บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด

                            2. บริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

                            3. ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน)

                            4. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) และ

                            5. กรมที่ดินและได้ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิดกับสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)

                     4. การพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 Mr.ZhaoDacheng รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะเข้าเยี่ยมและศึกษาดูงานด้านการบังคับคดีและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีการนำด้านเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน และได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางในการปฏิบัติงาน

                      5. การพัฒนาทักษะดิจิทัลกรมบังคับคดีได้รับคัดเลือกเป็นองค์กรนำด้านทักษะดิจิทัลสืบเนื่องจาก อ.ก.พ. วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการ ได้พิจารณาคัดเลือกให้กรมบังคับคดี เป็นหน่วยงานนำรองการสร้างและพัฒนากำลังคนภาครัฐเชิงกลยุทธ์เพื่อนำไปสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2561นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ได้เยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของกรมบังคับคดี และเข้าเยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกรมบังคับคดี

                นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานราชการอีกหลายแห่งได้เข้าศึกษาดูงานด้านการพัฒนาระบบฐานข้อมูล และการสร้างองค์กรดิจิทัล ได้แก่ คณะผู้เข้ารับการอบรมนักบริหารงานยุติธรรม หลักสูตร “อัยการจังหวัด” รุ่นที่ 38จากสำนักงานการบังคับคดีสำนักงานอัยการสูงสุด และหลักสูตรนักบริหารระดับต้น รุ่นที่ 11ของกรมชลประทาน

                สำหรับโครงการศึกษาวิจัย เรื่อง “การบังคับคดีกับสินทรัพย์ดิจิทัล” กรมบังคับคดีได้ร่วมกับศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลและการกำกับดูแลและการบังคับคดีสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมเรื่องการยึดและอายัดสินทรัพย์ดิจิทัล การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลและการจำหน่ายสินทรัพย์ตามคำพิพากษา 

                โดยมีการศึกษากฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และแคนนาดาเปรียบเทียบ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแนวการบังคับคดีให้ทันต่อยุคของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันซึ่งถือว่าเป็นการศึกษาวิจัยฉบับแรกในเรื่องนี้ และจะนำเสนอต่อที่ประชุมระหว่างประเทศที่กรมบังคับคดีจะจัดในระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2562 ภายใต้โครงการ การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับคดีในยุคการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างฉับพลัน (International Conference “Civil Enforcement Judgment under a disruptive technology) เพื่อเผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆ ต่อไป

                นอกจากนี้ การจัดทำโครงการ Smart  LED HACKATHON 2018 ในหัวข้อ Simply &Easy Access: Assets Information ด้วยกิจกรรมประกวดและนำเสนอผลงานการพัฒนานวัตกรรมด้านการบังคับคดี มีการประกวดและนำเสนอผลงานการพัฒนาด้านการบังคับคดี เพื่อนำแนวคิดมาปรับปรุงการนำเสนอข้อมูลทรัพย์รอการขาย เพื่อพัฒนานวัตกรรมในการให้บริการแก่ประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวก อันจะเป็นการช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมประกวดผลงานจำนวนโดยมีผู้เข้าร่วมประกวดผลงานจำนวน 12 ทีม 29 คนและผู้ชนะเลิศได้แก่ ทีม Next-in รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม BEARYOUGO รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Psycho-Tech

                      6. การพัฒนากระบวนการทำงาน กรมบังคับคดีได้เริ่มดำเนินการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์รับ – ส่ง หนังสือราชการภายในหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561– 28 ธันวาคม 2561 ส่งผลให้กรมบังคับคดีสามารถลดการใช้กระดาษได้ไม่น้อยกว่า 9,084 แผ่นเป็นการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้ “LED 4.0&Go green” เพื่อก้าวไปสู่องค์กร Paperless ในทุกระบวนงานในวันที่ 1 ตุลาคม 2562

                      7.  การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกฎหมายใหม่ ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การบังคับทางปกครอง) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการบังคับทางปกครองให้ชัดเจน มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมยิ่งขึ้นและสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติในวาระแรก เมื่อวันที่ 10  มกราคม 2562 เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว โดยสาระสำคัญส่วนหนึ่งกำหนดมอบภารกิจใหม่ให้กับกรมบังคับคดีในการบังคับคดีตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน โดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนั้น กรมบังคับคดีจำเป็นต้องหารือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว


Related News