วางแผนการเงิน การออม เกษียณ
สร้าง Mind Set การลงทุนแบบ “MOAT” บริหารพอร์ตให้อยู่รอดได้ในปี 2019  

 

ต้องยอมรับว่าการลงทุนในปี 2019 โลกการลงทุนต้องเผชิญกับหลายปัจจัยความไม่แน่นอนซึ่งอาจจะเข้ามากระทบการลงทุนได้ ดังนั้นเพื่อให้การลงทุนสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ไปได้ Fidelity International ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนระดับโลกได้แนะนำแนวคิดการลงทุนที่เรียกอย่างย่อว่า “MOAT” เพื่อใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอการลงทุนให้สามารถประสบความสำเร็จและรอดพ้นสถานการณ์ต่างๆ ในปี 2019 ไปได้ เราลองมาดูกันว่าลงทุนแบบ “MOAT” เป็นอย่างไร

 

 

M : Manage your emotions

จัดการอารมณ์ของตัวเราเอง

                การจัดการอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะทุกวันมีข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกอยู่ตลอดเวลาและมีจำนวนมหาศาล ดังนั้นอย่าตื่นตระหนก และต้องใช้สติในการคิดพิจารณาอย่างมีเหตุมีผล เมื่อได้รับข่าวสารแล้วก็ต้องรู้จักตั้งคำถามว่า ข่าวนั้นได้เปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานในการลงทุนหรือไม่

                นอกจากนี้ไม่ควรลงทุนด้วยเหตุผลเพียงเพราะเห็นคนอื่นลงทุนจึงลงทุนตาม แต่ควรจะเลือกลงทุนในสิ่งที่เรามีความรู้หรือคุ้นเคยมากกว่า เพราะบางครั้งการเฮโลของคนหมู่มากก็ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในสิ่งๆ นั้นมากจนเกินไป

 

O : Opportunistics idea

มองหาโอกาสในการลงทุน

                การมองหาโอกาสในการลงทุนต้องกล้าที่จะลองคิดออกนอกกรอบหรือมองต่างออกไป และมองไกลมากกว่าแค่ผลตอบแทนในปัจจุบันหรือแนวโน้มการลงทุนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยพยายามมองหาแนวคิดหรือเหตุปัจจัยที่ดูแล้วน่าสนใจหรือดูเข้าทีมากกว่า เช่น ตลาดหุ้นทั่วโลกในตอนนี้หลายประเทศเริ่มมีระดับราคาที่ค่อนข้างแพงโดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Market (EM) มีระดับ Valuation ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปีที่ผ่านมาประมาณ 2% ซึ่งก็ไม่ใช้เพียงแค่ระดับราคาที่ถูกเท่านั้น แต่ EM ยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก

                อีกหนึ่งกรณีที่เป็นตัวอย่างของการมองหาโอกาสในการลงทุนมาจากประเด็นเรื่อง Disruption แม้จะทำให้หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ แต่ขณะเดียวกันก็มีโอกาสใหม่เกิดขึ้นมากมายซึ่งเป็นทางเลือกให้เราได้สร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว

 

A : Actively manage downside risk

บริหารพอร์ตเชิงรุกเพื่อจำกัดความเสี่ยง

                เนื่องจากปัจจุบันมีปัจจัยความไม่แน่นอนหลายปัจจัย ประกอบกับความผันผวนที่มีมากขึ้น ทำให้เราต้องรู้จักการบริหารจัดการพอร์ตแบบเชิงรุกเพื่อช่วยจำกัดความเสี่ยงในการลงทุน เช่น การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่ค่อยมีความเกี่ยวเนื่องหรือมีความสัมพันธ์น้อยกับหุ้นและตราสารหนี้ การใช้เครื่องมือหรือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ช่วยป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น

                ทั้งนี้ การบริหารพอร์ตเชิงรุกเพื่อจำกัดความเสี่ยงยังเน้นให้ความสำคัญในการลงทุนบริษัทหรือเน้นที่ดีมีคุณภาพ เช่น มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง การก่อหนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นต้น

 

T : Time (in) the Market

ลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

                จากสถิติในอดีตได้ชี้ให้เห็นว่ากำไรจากการลงทุนหรือผลตอบแทนที่ได้รับมักจะมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องมากกว่าการจับจังหวะตลาด ดังคำกล่าวที่ว่า “Time in the market, not timing the market, is what builds wealth.” ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือแม้กระทั่งการปรับพอร์ตการลงทุนก็ตามต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานเป็นสำวคัญ ดังนั้น การลงทุนอย่างต่อเนื่องจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

นอกจากนี้สำหรับการลงทุนในระยะยาวทางเลือกที่ดีคือ การใช้กลยุทธ์แบบ Dollar Cost Average ซึ่งจะสร้างข้อได้เปรียบในช่วงที่ตลาดมีการปรับตัวลงอีกด้วย

โดย Fidelity International

 


Related News