Money Product
บลจ.กสิกรไทย ส่งเทอมฟันด์ชูยีลด์สูงสุด 2.05% ต่อปี เสนอขาย 5-11 มี.ค.นี้

บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอายุโครงการ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี ชูโอกาสรับผลตอบแทน 1.60% - 2.05% ต่อปี เปิดเสนอขาย 5-11 มีนาคมนี้

 

                  นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 5-11  มีนาคม 2562 บลจ.กสิกรไทยจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3 เดือน BP (KFF3MBP) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.60% ต่อปี กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน GL (KFF6MGL) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.75% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี FY (KFF1YFY) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 2.05% ต่อปี

                  สำหรับกองทุน KFF3MBP ที่มีอายุโครงการ 3 เดือน กองทุน KFF6MGL ที่มีอายุโครงการ 6 เดือน และกองทุน KFF1YFY ที่มีอายุโครงการ 1 ปี เบื้องต้นคาดว่าจะเข้าไปลงทุนในเงินฝาก Bank of China และเงินฝาก Agricultural Bank of China รวมถึงจะลงทุนในเงินฝาก Commercial Bank of Qatar เงินฝาก Al Khalij Commercial Bank และบัตรเงินฝาก Qatar National Bank, ประเทศกาตาร์ 

                  นอกจากนี้ยังคาดว่าจะลงทุนในเงินฝาก Abu Dhabi Commercial Bank และเงินฝาก Union National Bank PJSC, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia, ประเทศอินโดนีเซีย โดยทั้ง 3 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และสำหรับผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 500 บาท

                  “ด้านภาวะตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นทุกช่วงอายุ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีและอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 4 bps มาอยู่ที่ระดับ 2.56% และ 2.76% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้นต่อแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน (Dovish) โดยระบุจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง

                   ขณะเดียวกันยังแสดงความพร้อมที่จะพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายด้านงบดุลหากเศรษฐกิจชะลอมากกว่าคาด ขณะที่ฝั่งเอเชีย ธนาคารกลางจีนยังคงเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน โดยประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 1%  เพื่อมุ่งหวังอัดฉีดเงิน 8 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่วนค่าเงินเอเชียมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเนื่องจากปัจจัยบวกของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่เริ่มคลี่คลายลง” นายนาวินกล่าว

                  ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังได้เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนต่อเนื่องให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้แบบที่มีกำหนดอายุโครงการ (Term Fund) ของบลจ.กสิกรไทย ซึ่งเมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน คือ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ของบลจ.กสิกรไทย


Related News