วารสารการเงินธนาคาร
CEO Talk : เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิสิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป

เรืองโรจน์ พูนผล

ประธาน

กสิกร บิสิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป

เปิดภารกิจ KBTG

The Best Technology Organization

หนุนกสิกรไทยสู่ Cognitive Banking

 

นับเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงธุรกิจ เมื่อเจ้าพ่อแห่งวงการสตาร์ตอัพ และผู้บริหารกองทุน 500 TukTuks อย่าง กระทิง - เรืองโรจน์ พูนผล เข้ามารับตำแหน่ง ประธานกสิกร บิสิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG บริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย ผู้อยู่เบื้องหลังในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในหลายช่องทาง การก้าวเข้ามาครั้งนี้เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เพราะหลายคนยังคงมีภาพจำของเขาเป็นผู้คลุกคลีกับธุรกิจสตาร์ตอัพอย่างแนบแน่น แต่หากย้อนไปดูเส้นทางการทำงานของเขาก็พบว่าเขาทำงานเป็นพนักงานบริษัทมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่ P&G, McKinsey, Google, Dtac ก่อนจะก้าวเข้ามาในโลกสตาร์ตอัพเมื่อ 6 ปีก่อน

            “80% ของช่วงชีวิตการทำงานของผมก็เป็นพนักงานองค์กรคนหนึ่ง และการร่วมงานกับธนาคารกสิกรไทยก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาอิสระด้านเทคโนโลยีให้กับกสิกรไทยมากว่า 3 ปี ทำให้มีความคุ้นเคยกับธุรกิจธนาคารอยู่แล้ว นอกจากนี้ ธุรกิจฟินเทคยังเป็นแอเรียที่ถนัด เนื่องจากคลุกคลีกับธุรกิจฟินเทคทั้งใหญ่-เล็ก ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น จึงมีความคุ้นเคยอยู่แล้วทั้งในด้านของธุรกิจการเงิน การเป็นพนักงานองค์กร ไปจนถึงการทำงานแบบวัฒนธรรมไทย”

            เรืองโรจน์ ตอบคำถามแรกที่หลายคนอาจตั้งธงไว้ในใจ โดยบอกอีกว่า การตัดสินใจเข้ามาเป็นประธาน KBTG ครั้งนี้ เขายังคงอยู่ในโลกของเทคโนโลยีเหมือนเดิม บทบาทใหม่ของเขาไม่ใช่นายธนาคาร แต่เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมให้กับธนาคารกสิกรไทย ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาสามารถนำมาใช้ได้เต็ม 100% แต่ยอมรับว่ามีความท้าทาย เนื่องจาก KBTG คือองค์กรที่ใหญ่และมีความซับซ้อน มีพนักงานและผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 2,500 คน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสดูแลบุคลากรมากขนาดนี้ ทั้งยังมีงบประมาณในการบริหารสูงถึง 5,000 ล้านบาท

            “KBTG เป็นองค์กรที่มีบุคลากรระดับหัวกะทิของโลก เป็นผลจากการที่ สมคิด จิรานันตรัตน์ ประธานคนก่อน ได้สร้างทีมเอาไว้แข็งแกร่งอย่างมาก มีคนเก่งจากหลายด้านรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ทำให้การสานต่องานต่างๆ ทำได้อย่างราบรื่น”

 

เป้าหมาย KBTG ต้องดีที่สุด

พร้อมแข่งเหล่ายักษ์ออนไลน์  

            เรืองโรจน์ให้สัมภาษณ์ต่อว่า เป้าหมายหลักของ KBTG คือ การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Best Technology Organization in South East Asia) ในปี 2564 โดยในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ KBTG จะวางรากฐานใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ ให้พร้อมรับกับอนาคต และจะทำสิ่งที่ล้ำหน้ากว่าทุกอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารกสิกรไทย ไม่ใช่แค่ธนาคารที่ให้บริการทางการเงิน แต่จะมากกว่าด้วยการเข้าไปอยู่ทุกมิติของผู้ใช้บริการ พร้อมแข่งขันกับคู่แข่งทุกรายในทุกอุตสาหกรรม

             “ภายในปี 2564 KBTG จะต้องเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ และเราจะไม่ได้แข่งขันกับคู่แข่งในธุรกิจธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่เราพร้อมจะแข่งขันกับทุกคนที่เข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ เราพร้อมที่จะแข่งกับ Lazada, Go-Jek, Grab หรือ Agodaในทุกมุม ทั้งในเรื่องของความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คน องค์กร การสร้างนวัตกรรม เราจะสร้างมาตรฐานเพื่อขับเคลื่อน KBTG ก้าวไปสู่เป้าหมายให้ได้”

            เรืองโรจน์บอกว่า ในด้านการวัดผลนั้น KBTG จะมีการตั้งที่ปรึกษาทางด้านไอทีที่น่าเชื่อถือจากภายนอก 1-2 รายเข้ามาช่วยสร้างมาตรฐานในการวัดผล โดยจะเทียบกับองค์กรไอทีทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง KBTG มีการเริ่มต้นไปบ้างแล้วในบางส่วน เช่น การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายไปในทุกส่วน หลังจากนั้นจะสร้างเป็นโร้ดแม็พเพื่อก้าวไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนในมุมของลูกค้าก็จะรู้สึกได้ถึงคุณภาพการให้บริการในช่องทางต่างๆ ของธนาคารกสิกรไทย ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความเสถียร ขณะที่ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ออกสู่ตลาดก็จะตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้นด้วย

            “ปัจจุบัน แพลตฟอร์ม K-Plus เป็นบริการธนาคารที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย และหากเทียบในภาพของแอปพลิเคชั่นทั้งหมดทุกประเภท K-Plus ยังติดอันดับ 6 ของแอปพลิเคชั่นที่มีผู้ใช้ต่อเดือนมากที่สุด ซึ่งภาพนี้สะท้อนความเป็นเบอร์ 1 ในด้านของแอปพลิเคชั่นธนาคารอยู่แล้ว นี่คือตัวชี้วัดที่ชัดเจนมาก”

            อีกด้านหนึ่ง สาเหตุที่ KBTG ตั้งเป้าที่จะเป็นองค์กรทางเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นเพราะ KBTG พร้อมที่จะแข่งขันกับนอนแบงก์ ดังนั้น จึงต้องมีการปรับตัวและพัฒนาระบบภายในอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในอนาคตอุตสาหกรรมธนาคารจะยิ่งมีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ดังนั้น KBTG และธนาคารกสิกรไทย จะต้องขับเคลื่อนตัวเองเสมือนว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยี

    “องค์กรทุกอุตสาหกรรมจะต้องคิด ลงมือ ทำตัวเหมือนเป็นบริษัทเทคโนโลยี ทั้งในด้านของความรวดเร็ว และการใช้เทคโนโลยี ซึ่ง 2 สิ่งนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรยุคใหม่จะต้องมีอยู่ใน DNA ซึ่งในเครือธนาคารกสิกรไทยนั้นมีการวางรากฐานเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การทำโครงการ K-Transformation มาจนถึงปัจจุบันที่ก่อตั้ง KBTG นี่คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการวางรากฐานอย่างมั่นคง อยู่บนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี”

 

ติดตามคอลัมน์ CEO ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2562 ฉบับที่ 443 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 
และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi


Related News