วารสารการเงินธนาคาร
Special Interview : ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

 ผยง ศรีวณิช

กรรมการผู้จัดการใหญ่

ธนาคารกรุงไทย

 

Krungthai NEXT

To Invisible Banking

 

 

“ธนาคารกรุงไทยจะอยู่คู่คนไทย ไม่ว่าคนไทยจะเปลี่ยนไปในบริบทไหน สังคมไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร คำว่า กรุงไทยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะไม่ได้เป็นแต่เรื่องของพนักงานอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของลูกค้าทุกภาคส่วน วันนี้บางกลุ่มอาจจะอยู่ในจุดที่ไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควร แต่ธนาคารกรุงไทยจะเข้าไปอยู่กับลูกค้าตรงนั้น ด้วยหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ของรัฐ” ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยพันธกิจสำคัญของธนาคารกรุงไทย ภายใต้บริบทธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ที่จะมุ่งตอบโจทย์สังคมในการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน

อย่างไรก็ดี ในวันนี้ ธนาคารกรุงไทยยังคงเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์เขาสามลูก (3 Summits) แม้ว่าจะมีความท้าทายเข้ามากระทบการดำเนินงานของธนาคารในหลายด้าน เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และ Digital Technology ที่เข้ามามีบทบาทในภาคการธนาคารเร็วกว่าที่คิด ขณะเดียวกัน ธนาคารยังมีภารกิจช่วยสนับสนุนโครงการตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีความสำคัญและเร่งด่วน สิ่งเหล่านี้ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

 

ยกระดับ Smart Banking

ก้าวสู่ Invisible Banking

                ผยงกล่าวว่า แม้ว่ายุทธศาสตร์หลักของธนาคารจะคงเดิม แต่ภายใต้กระแสของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวรับมือกับกระแสนี้ ดังนั้น ธนาคารกรุงไทยในฐานะที่เป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของประเทศไทย จึงเดินหน้ายกระดับบริการด้วยแผนยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด NEXT to Invisible Banking อย่างเต็มตัวผ่านแกน 5 P ที่สำคัญคือ คน (People) กระบวนการทำงาน (Process) แพลตฟอร์ม (Platform) แนวการดำเนินงาน (Performance) และ พันธมิตร (Partnership)

                “นิยามคำว่า Invisible Banking คือ ลูกค้าสามารถทำกิจกรรมของตัวเองและธนาคารเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกลมกลืน โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมาที่สาขาหรือต้องมีขั้นตอนมากมายแบบเดิม ซึ่งธนาคารกรุงไทยกับลูกค้าจะต้องสนิทกันมากพอที่จะรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรและเมื่อไหร่”

                ผยงกล่าวว่า สิ่งที่ลูกค้าเริ่มคุ้นเคยในปัจจุบันคือ บริการแบบ Smart Banking ที่ในแต่ละเดือนมีการแจ้งเตือนว่าลูกค้าต้องทำธุรกรรมอะไรบ้าง โดยที่ไม่คอยกังวลว่าถึงเวลาต้องจ่ายบิลหรือยัง ซึ่งนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ Invisible Banking เพราะในอนาคตจะล้ำหน้าไปกว่านั้น เช่น หากลูกค้าต้องการจะซื้อบ้านเมื่อเดินเข้าโครงการธนาคารจะสามารถรับรู้ได้ทันทีและเสนอบริการสินเชื่อได้อย่างถูกที่ถูกเวลาด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย ภายใต้กระบวนการทำงานที่ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลมาอย่างสมบูรณ์

                ทั้งนี้ ภายใต้นิยามของคำว่า Invisible Banking ในมิติของการขับเคลื่อนธุรกิจ หรือ Performance จะต้องมีหัวใจสำคัญของมันคือฐานข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เบื้องต้นอาจจะเริ่มจากแค่ AI แต่อนาคตจะล้ำหน้าไปกว่านั้นคือการมุ่งสู่ระบบ Censorization ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ในเชิงลึก สามารถจับความรู้สึกจับความคิดของแต่ละบุคคลได้ แม้อาจจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะเดินไปถึงจุดนั้น แต่จะเป็นเป้าหมายที่ยึดมั่นเอาไว้ และเตรียมฐานรากวางโครงสร้างให้พร้อมเมื่อถึงเวลาธนาคารจะสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว

                ซึ่งในเรื่องข้อมูลยังมีอีกมิติที่มีความซับซ้อนคือการดูแลรักษาและนำข้อมูลมาใช้โดยต้องให้เกียรติเจ้าของข้อมูล ทั้งเรื่อง Data Privacy และ Data security ธนาคารจำเป็นต้องมีกลไกโครงสร้างองค์กรให้ลูกค้ามั่นใจว่าปลอดภัยทำให้ลูกค้าสบายใจและยินดีที่จะสนิทชิดเชื้อกับธนาคาร

“สิ่งสำคัญที่จะนำธนาคารกรุงไทยไปถึงเป้าหมาย Invisible Banking ได้คือ Data ซึ่งจะไม่ใช่แค่เพียงมีข้อมูลแต่ธนาคารจะต้องนำข้อมูลที่มีมาประมวลผลสร้างความเฉลียวฉลาด ให้ตระหนักรู้พอที่นำพาไปสู่การสร้างความสามารถ เพื่อหยิบยื่นบริการที่เหมาะสมตรงจังหวะเวลาแก่ลูกค้าแต่ละคนที่ต้องการ ในปี 2562 จะเป็นปีของการลงมือทำตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ (Execution Moment) นับเป็นปีแห่งการเดินหน้าทำฝันให้เป็นจริง”

 

ติดตามคอลัมน์ Special Interview ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2562 ฉบับที่ 443 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 
และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi


Related News