ข่าวรอบวัน
โครงการ U.REKA ยกกำลังสอง เดินหน้าเปิดรับนักวิจัยไทยผุดนวัตกรรม Deep Tech สานต่อโครงการรุ่นที่ 2

ดิจิทัล เวนเจอร์ส ตอกย้ำการเป็นองค์กรทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลให้กับประเทศ สานต่อโครงการสร้างสรรค์งานวิจัยจาก Deep Tech จับมือ 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย พร้อมภาคธุรกิจ องค์กรทางด้านเทคโนโลยี และพันธมิตรระดับโลก เปิดโครงการ U.REKA ต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 2 เปิดโอกาสนักวิจัยและพัฒนาสาย Deep Tech เสนอไอเดีย พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีชั้นสูงสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อช่วยจุดประกายสังคมไทยรวมพลังสร้าง Deep Tech Ecosystemและสร้างความแข็งแกร่งให้กับสตาร์ทอัพไทยในด้าน Deep Tech เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านดิจิทัลและขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศในระยะยาว

 

              นายอรพงศ์ เทียนเงิน ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานกรรมการ บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนักวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีชั้นสูง (Deep Technology) ที่มีความสามารถและมีฐานความรู้เชิงลึกกระจายอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวนมาก ดิจิทัล เวนเจอร์ส มองเห็นศักยภาพและต้องการสนับสนุนให้บุคลากรกลุ่มนี้ นำความรู้ที่มีอยู่มาพัฒนาต่อยอดในเชิงธุรกิจ และสามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีไปสู่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และภาคสังคมซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยในปีที่ผ่านมาดิจิทัล เวนเจอร์ส ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งจากการร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาคการศึกษาและภาคเอกชนริเริ่มโครงการ U.REKA รุ่นที่ 1

              โดยมีทีมนักวิจัยพัฒนาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ สมัครเข้าร่วมโครงการมากถึง 65 ทีมโดยขณะนี้โครงการรุ่นที่ 1 มีทีมที่ผ่านเข้าสู่ขั้นตอนคัดเลือกสู่ระยะบ่มเพาะ (Incubation) เพื่อพัฒนาไอเดียเบื้องต้นรวมถึงการได้รับคำแนะนำจากองค์กรที่อยู่ในอุตสาหกรรมจนเข้าสู่ระยะวิจัย (R&D) เพื่อพัฒนาผลงานแล้วจำนวน 5 ทีม โดยผลงานของแต่ละทีมที่กำลังพัฒนาอยู่นั้นล้วนมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายมิติสำหรับสังคมไทย

              จากผลงานการพัฒนาที่ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมส่งผลให้การดำเนินโครงการ U.REKA รุ่นที่ 2 ในปี2562 มีพันธมิตรใหม่ๆ เข้ามาร่วมสนับสนุนให้โครงการมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นดิจิทัล เวนเจอร์ส จึงคาดหวังว่า U.REKA จะถูกพัฒนาให้เป็นโครงการระดับชาติที่สามารถจุดประกายให้นักวิจัยพัฒนา และสตาร์ทอัพไทยสาย Deep Tech ทั่วประเทศรวมพลังสร้าง Deep Tech Ecosystem หรือสร้างบรรยากาศสังคมแห่งเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านดิจิทัลของประเทศให้ไต่ขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของเอเชีย เพื่อช่วยแก้ปัญหาระดับประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตของไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

              ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ U.REKA รุ่นที่ 2 ได้รับการการสนับสนุนจากสถาบันศึกษา องค์กรชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ กว่า 21 ราย ได้แก่Hello Tomorrowองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มุ่งใช้ Deep Tech แก้ปัญหาระดับโลก Baker McKenzie, 360IP, บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด KX: Knowledge Exchange, บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอปอร์เรชั่น จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์และดิจิทัล เวนเจอร์ส

              ร่วมด้วยมหาวิทยาลัย 10 แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

              โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มอาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย และผู้สนใจเทคโนโลยี Deep Technology รวมกลุ่มนำเสนอไอเดียจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Deep Technology6 ประเภท ประกอบด้วย 1. AI/Machine Learning 2. Blockchain 3. Clouds & Security 4. Big Data 5. AR/VR  6. Quantum Computing สร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีคุณค่า ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนตลอดระยะเวลาโครงการ นับตั้งแต่เริ่มระยะบ่มเพาะ (Incubation) ระยะค้นคว้าวิจัย (R&D) จนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถเข้าสู่วงจรของการเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่แข็งแรงได้ การสนับสนุนครอบคลุมทั้งด้านเงินทุน การจัดหาคอร์สเรียน เพื่อเสริมทักษะให้กับทีมวิจัยและพัฒนา โดยทีมเหล่านี้จะได้รับการให้คำแนะนำจากองค์กรที่อยู่ในอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยตรงเพื่อให้ได้ผลงานที่สมบูรณ์ที่สุดและตอบโจทย์การใช้งานที่แท้จริง   

              ศ.ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล ประธานกรรมการบริหารสำนักเคเอกซ์ KX: Knowledge Exchange กล่าวว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านดิจิทัล (Digital Competitiveness) ของไทยในปัจจุบันอยู่อันดับที่ 39 ของโลกจาก 63 ประเทศที่ถูกจัดอันดับ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ค่อนข้างต่ำแสดงให้เห็นว่าประเทศยังมีศักยภาพในการแข่งขันด้านดิจิทัล ในระดับนานาชาติไม่เพียงพอ โครงการ U.REKA พร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี Deep Technology และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้งานจริง โดยมองเห็นโอกาสที่จะผลักดันให้อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านดิจิทัลของไทยจะปรับสูงขึ้น และพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยี

              ทั้งนี้นักวิจัยพัฒนา อาจารย์ และสตาร์ทอัพ ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ดูรายละเอียดการรับสมัครและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.u-reka.co


Related News