วางแผนการเงิน การออม เกษียณ
บริหารจัดการหนี้ก้อนใหญ่ในชีวิต

            เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนมีหนี้สินเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตซึ่งเกิดขึ้นด้วยความจำเป็น เช่น หนี้สินจากการซื้อบ้านและซื้อรถ หนี้จากการกู้ยืมเพื่อทำธุรกิจ เป็นต้น

            แต่แม้ว่าจะเป็นหนี้ดี คือ หนี้สินที่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือสร้างความมั่นคงในระยะยาว ไม่ได้ก่อหนี้จากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เราก็ต้องมีการบริหารจัดการหนี้ที่ดี เพื่อไม่ให้หนี้สินพอกพูนมากจนเกินไป ดังนั้นจึงต้องเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการหนี้สินเพื่อให้ชีวิตทางการเงินของเราราบรื่นและจะช่วยให้ไม่เป็นภาระมากจนเกินไป 

จ่ายหนี้ตรงเวลาและตามเงื่อนไข

            ควรจ่ายหนี้ให้ตรงตามสัญญาเงินกู้ภายในวันที่กำหนดและจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญา เพราะหากล่าช้าหรือจ่ายไม่ครบก็จะถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับได้

ตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้งที่ได้รับใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน

            หากพบว่าไม่ถูกต้อง ควรรีบแจ้งเจ้าหนี้โดยเร็ว และเก็บเอกสารไว้ตรวจสอบกับงวดการชำระเงินถัดไปว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่

โปะหนี้ หรือจ่ายเพิ่มเมื่อมีเงินก้อน

            หากได้เงินพิเศษมาจากการมีโชค รับมรดก หรือโบนัสออก ก็ควรรีบโปะหนี้ เพื่อลดภาระหนี้จากทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ยกเว้นเจ้าหนี้กำหนดเบี้ยปรับหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในกรณีชำระเงินก่อนครบกำหนด (Prepayment Fee) ก็ควรเปรียบเทียบก่อนว่าคุ้มค่าหรือไม่ หากไม่คุ้มก็อาจจะจ่ายเงินตรงตามเวลาที่กำหนดไว้น่าจะเป็นทางเลือกดีกว่า

รีไฟแนนซ์

            การรีไฟแนนซ์ (Refinance) เป็นการทำสัญญาสินเชื่อใหม่กับเจ้าหนี้รายเดิมหรือเปลี่ยนเจ้าหนี้รายใหม่ เพื่อนำเงินกู้ที่ได้มาชำระหนี้สัญญาเดิม เพื่ออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า หรือมีเงื่อนไขด้านอื่นๆ ที่จูงใจกว่าที่เดิม เช่น ให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระที่ยาวขึ้น เป็นต้น

            สิ่งสำคัญในการตัดสินใจรีไฟแนนซ์ คือ การประเมินความคุ้มค่า โดยเปรียบเทียบเงินที่จะประหยัดได้จากดอกเบี้ยที่ลดลงกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการพิจารณาสินเชื่อใหม่ เช่น ค่าจดจำนองหลักประกัน ค่าใช้จ่ายในการประเมินมูลค่าหลักประกัน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำประกัน ค่าปรับให้แก่เจ้าหนี้เก่าในกรณีที่ยุติการกู้ก่อนระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา เป็นต้น

            ทั้งนี้ หากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงกว่าเงินที่จะสามารถประหยัดได้ การใช้บริการผู้ให้สินเชื่อเดิมอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ปรับโครงสร้างหนี้

            สำหรับใครที่มีปัญหาหนี้สินมากจนเกินเยียวยา ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญาเงินกู้เดิม สามารถขอผ่อนปรนการชำระหนี้โดยการปรับโครงสร้างหนี้ หรือประนอมหนี้กับสถาบันการเงินได้ ซึ่งหลังจากทำสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วก็ไม่ควรผิดนัดชำระอีก

            โดยในการปรับโครงสร้างหนี้สามารถทำได้หลายแนวทาง เช่น ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ลดจำนวนเงินผ่อนต่องวดลง ลดหย่อนค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับกรณีผิดนัดชำระ โอนหลักประกันชำระหนี้รีไฟแนนซ์ รวมทั้งการแฮร์คัต (Hair Cut) ซึ่งเป็นการชำระหนี้ด้วยเงินก้อนตามจำนวนที่เจ้าหนี้ยอมลดให้และภายในเวลาที่กำหนด

            อย่างไรก็ตามการอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหนี้ ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประวัติการชำระหนี้ ความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต เหตุผลที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ และความเสี่ยงทางธุรกิจของเจ้าหนี้ เป็นต้น

 

            จากแนวทางการบริหารจัดการหนี้ก้อนใหญ่ในชีวิตที่ได้เล่ามานี้ จะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คนเป็นหนี้ทุกคนควรจะตระหนักอยู่เสมอคือ ต้องใส่ใจในการจัดการหนี้สิน เพราะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวเราเอง อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยและปัจจัยที่ทำให้เราสามารถปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้นอีกด้วย

            สำหรับคนที่กำลังมองหาแนวทางในการบริหารจัดการหนี้ ในงานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 19 Money Expo 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16-19 พ.ค. 62 ณ ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ธนาคารและสถาบันการเงินได้นำแคมเปญพิเศษสุดในรอบปี ทั้งสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุด และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำที่สุดเพื่อการบริหารจัดการหนี้มานำเสนอ โดยเฉพาะใครที่กำลังต้องการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านก็มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจจากหลายธนาคารมาให้ได้เลือกกัน


Related News