บทวิเคราะห์
ประเมินแนวโน้มทองคำ ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 โดย วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำ ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ว่า จีนท้าทายสหรัฐด้วยการประกาศภาษีตอบโต้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐส่งสัญญาณความมุ่งหมายว่าจะเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าทั้งหมดจากจีน หากจีนมีการตอบโต้ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า เตรียมจัดเก็บภาษีผลิตภัณฑ์สหรัฐทั้งหมด 5,140 รายการ โดยจะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม 5%, 10% และ 25% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เล็งเป้าหมายที่ได้รับการปรับแล้วในวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีของสหรัฐต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ เป็นการเพิ่มความร้อนแรงต่อประเด็นสงครามการค้า ความขัดแย้งระลอกล่าสุดกระทบตลาดหุ้นทั่วโลก และกดดันการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมาก จนดันราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Societe Generale กล่าวว่า การเก็บภาษีรอบล่าสุดของสหรัฐและจีนต่อสินค้านำเข้าของซึ่งกันและกัน อาจจะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลดลง 0.15% และทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนลดลง 0.5% และ GDP ของสหรัฐลดลง 0.25%  ขณะที่ เทรดเดอร์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปี 2019 เพื่อต้านภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศที่เป็นผลมาจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ทวีความรุนแรง โดยสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นบ่งชี้ว่า เทรดเดอร์คาดว่า มีโอกาสเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 74% เทียบกับเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ระดับ 64% ที่เฟดจะลดช่วงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ 2.00-2.25% ในการประชุมกำหนดนโยบายวันที่ 10-11 ธ.ค.ปีนี้ 

แนวโน้มดังกล่าวสร้างมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ประเด็นสงครามการค้ายังคงมีความผัวผวน เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐระบุว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเดินหน้าเก็บภาษีเพิ่มต่อสินค้าจีนอีก 3.25 แสนล้านดอลลาร์ และระบุว่าเขาวางแผนประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ การประชุมสุดยอ G20 ในวันที่ 28 – 29 มิ.ย.ที่ญี่ปุ่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลในเชิงบวก ความเห็นล่าสุดของทรัมป์ส่งผลให้ตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัวขึ้นและมีแรงขายทำกำไรทองคำสลับออกมาบ้าง เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าแม้ว่าจะมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา หากแรงขายไม่มากหรือราคาไม่หลุดแนวรับโซน 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มราคาทองคำอาจมีการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยประเมินบริเวณแนวต้าน 1,307-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวหรือไม่สามารถดีดตัวขึ้นได้ ก็จะเกิดแรงขายออกมาเช่นเดิม

ด้านกลยุทธ์การลงทุน มีมุมมองว่าราคาทองคำมีแนวโน้มเป็นบวกมากขึ้น  โดยประเมินแนวรับที่ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคาก็พร้อมขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,307-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ราคาทองคำอาจมีการย่อตัวลงมาอีกครั้ง แต่หากผ่านได้ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,324 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในระยะสั้นนี้ต้องยอมรับว่าทองคำมีความผันผวน การลงทุนข้ามวันยังเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงรวมไปถึงการลากราคาซึ่งอาจทำให้นักลงทุนเสียหายอย่างหนัก ดังนั้นแนะนำว่าการลงทุนควรมีแผนการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถรับมือกับความผันผวนอย่างหนักของตลาดทองคำได้

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

 

แนวรับ            1,292 (19,250บาท)     1,281 (19,050บาท)                             1,272 (18,950บาท)

แนวต้าน          1,311 (19,550บาท)             1,324 (19,750บาท)                     1,333 (19,850บาท)            

                               

GOLD FUTURES (GFM19)

 

แนวรับ            1,292 (19,400บาท)     1,281 (19,240บาท)                             1,272 (19,100บาท)

แนวต้าน          1,311 (19,690บาท)             1,324 (19,880บาท)                     1,333 (20,020บาท)                                            


Related News