CEO TALK
CEO TALK : สุภัค ลายเลิศ กรรมการอำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

สุภัค ลายเลิศ

กรรมการอำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ

บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

 

ปั้นคนไอทีเลือดใหม่

ปูทางพิชิตคลื่นดิจิทัล

 

เวลานี้องค์กรธุรกิจต่างตระหนักดีว่า ฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในยุคดิจิทัลคือเทคโนโลยี ความตื่นตัวเรื่อง Digital Transformation นี้ เกิดขึ้นทั่วโลกในทุกอุตสาหกรรม เพราะชัดเจนแล้วว่า ไม่มีใครสามารถรอดพ้นจากความเปลี่ยนแปลงนี้ได้โดยที่ไม่ปรับตัว แม้แต่บริษัทเทคโนโลยีที่เป็นผู้สร้างนวัตกรรมก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้รับกับแนวโน้มของโลก

          การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ สุภัค ลายเลิศ กรรมการอำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด ถึงธุรกิจให้บริการติดตั้งระบบ หรือ System Integrators (SI) ที่กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง เพราะแม้ว่าจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากเทคโนโลยีและระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีกลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ แต่ภายใต้โอกาสนี้กลับมีบางอย่างที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ซึ่งยิบอินซอยต้องมีการเตรียมการเพื่อรับมือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

เปิด 3 ความท้าทายของธุรกิจ SI

เพราะในโอกาสอาจมีวิกฤติซ่อนอยู่

            สุภัคเริ่มให้สัมภาษณ์กับ การเงินธนาคาร ว่า ธุรกิจผู้ให้บริการติดตั้งระบบไอที หรือ SI ของยิบอินซอยนั้น รูปแบบการให้บริการจะเป็นการจัดหาโซลูชั่นทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และทำการปรับแต่ง ติดตั้งให้ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ยิบอินซอยให้บริการมายาวนานกว่า 50 ปี ปัจจุบันมีพันธมิตรบริษัทไอทีกว่า 20 บริษัท มีลูกค้าเป็นองค์กรธุรกิจมากกว่า 100 ราย และผ่านยุคของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีมาหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคเมนเฟรมมาจนถึงบริการคลาวด์ ซึ่งรูปแบบการให้บริการของยิบอินซอยก็ยังคงเน้นที่การติดตั้งระบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามาโดยตลอด

            “ยิบอินซอยดูแลตั้งแต่การจัดหาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ พร้อมหาคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามา เพื่อดำเนินการติดตั้งระบบ โดยยิบอินซอยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากคอยให้บริการลูกค้า เป็น Service Delivery ที่พร้อมพัฒนาระบบไอทีให้กับองค์กรธุรกิจ”

            สุภัคบอกว่า ที่ผ่านมา โมเดลธุรกิจนี้ทำให้สายธุรกิจ SI ของยิบอินซอยเติบโตมาโดยตลอด แต่จากการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีครั้งใหญ่ จนเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า Digital Disruption ซึ่งทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกหลายรายที่รับมือไม่ทันต้องปิดตัวลง ไม่ก็ต้องขายกิจการและควบรวมบริษัท ซึ่งทุกอุตสาหกรรมล้วนต้องเผชิญกับความท้าทายนี้ รวมถึงธุรกิจ SI ของยิบอินซอยด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

            ประเด็นที่ 1 การสร้างโมเดลการให้บริการแบบ Repeatable หรือการทำซ้ำ เพราะกุญแจสำคัญของธุรกิจผู้ให้บริการด้านไอทีคือการสร้างโมเดลที่สามารถขยายสเกลการให้บริการออกไปได้ แต่ธุรกิจ SI เป็นผู้ที่เข้าไปวางระบบไอทีให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าแต่ละอุตสาหกรรมก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน ประกอบกับการติดตั้งระบบให้กับลูกค้าแต่ละครั้งยังมีต้นทุนสูง ส่งผลให้โอกาสที่จะพัฒนาโมเดลการให้บริการในลักษณะ Repeatable นั้นทำได้ยาก

            “โมเดลธุรกิจแบบ Repeatable เป็นสิ่งที่ยิบอินซอยพยายามค้นหามาโดยตลอด แต่ด้วยธรรมชาติของ SI ที่ต้องตอบโจทย์ลูกค้าที่แตกต่างกัน การสร้างบริการลักษณะนี้จึงทำได้ยาก แม้จะมีบางส่วนที่สามารถทำซ้ำได้ ก็เป็นเพียงโมดูลที่ไม่มีความซับซ้อนเท่านั้น”

            ประเด็นที่ 2 ยิบอินซอยจะต้องเข้าใจในตัวธุรกิจของลูกค้ามากกว่าที่เคยเป็นมา การยึดจุดแข็งในด้านองค์ความรู้ด้านการติดตั้งและวางระบบไอที ไม่สามารถที่จะทำให้องค์กรเป็นผู้ชนะในตลาดที่ทุกคนต้องการเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพทางธุรกิจ ดังนั้น ฝ่ายขายจะต้องมีการปรับตัว เพิ่มการเรียนรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ และต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการลงทุนของลูกค้า สามารถมองแนวโน้มธุรกิจ ไปจนถึงหายูสเคสน่าที่สอดคล้องมานำเสนอให้กับลูกค้าได้

            “เราต้องคุยกับ CEO, CFO และ CMO มากขึ้น เพื่อจะได้รู้ความต้องการในมุมของธุรกิจซึ่งยอมรับว่า ประเด็นนี้คือสิ่งที่ยิบอินซอยไม่ถนัดนัก เนื่องจากที่ผ่านมา การนำเสนอบริการจะมุ่งไปยัง CIO หรือ IT Manager โดยตรง บทสนทนาจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่เวลานี้ต้องเปลี่ยนมาเป็นเชิงธุรกิจมากขึ้น ต้องรับความต้องการจากสายงานธุรกิจอื่นๆ เช่น การทำตลาด การทำแคมเปญ หรือบริการรูปแบบใหม่ๆ”

            ประเด็นที่ 3 การเกิดคู่แข่งหน้าใหม่ที่เป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่มีจุดเด่นเรื่องความคล่องตัวสูง เน้นการทำโซลูชั่นแพลตฟอร์มเชิงลึกเพียงด้านเดียว เช่น ระบบCampaign Management หรือ Email Marketing โดยเฉพาะ ซึ่งโมเดลนี้ยังสามารถนำไปให้บริการกับธุรกิจอื่นๆ ได้ ด้านต้นทุนการให้บริการก็ต่ำกว่า เพราะเน้นความเชี่ยวชาญเพียงเรื่องเดียว ขณะที่ยิบอินซอยเน้นความเชี่ยวชาญในทุกเรื่องที่ลูกค้าต้องการ เป็น Total Solution IT Provider และพร้อมที่จะซัพพอร์ตลูกค้าตลอดการใช้งานทำให้มีต้นทุนด้านองค์ความรู้สูงกว่า

 

 ติดตามคอลัมน์ CEO TALK ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤษภาคม 2562 ฉบับที่ 445 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 
และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi


Related News