บทวิเคราะห์
การแข่งขันของแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร ดันธุรกิจ Food Delivery เติบโตต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ภาคบริการและอุตสาหกรรมในประเทศต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับกับการเข้ามาของการเปลี่ยนแปลงจากทางด้านเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า Digital Disruption ซึ่งไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการทำธุรกิจและกระบวนการผลิต แต่ยังส่งผลไปถึงระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ผ่านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

              เห็นได้จากกรณีของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในธุรกิจร้านอาหาร ทั้งนี้ธุรกิจร้านอาหารจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สำคัญของภาคบริการในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงถึง 4.2 แสนล้านบาท ซึ่งมีห่วงโซ่ในธุรกิจที่เชื่อมโยงมากมายไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิตวัตถุดิบ ธุรกิจขนส่ง หรือธุรกิจจัดเลี้ยง โดยครอบคลุมผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดเล็ก

              และในระยะเวลา 3-5 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทและสร้างผลกระทบทั้งในด้านการสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในตลาด ขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายที่สำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็คือ แอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application)

              โดยก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคให้มีความต้องการที่หลากหลายอีกทั้งยังต้องการการตอบสนองจากผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น  สะท้อนจากการขยายตัวของธุรกิจการจัดส่งอาหารไปยังแหล่งที่พัก (Food Delivery) ที่มีการขยายตัวเฉลี่ยต่อปีในปี 2557-2561 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 10 สูงกว่าการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารโดยรวมที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่เพียงร้อยละ 3-4 ต่อปี 

              ซึ่งการขยายตัวของธุรกิจ Food Delivery และแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) ยังเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้แก่ผู้เล่นที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร อาทิ ร้านอาหารขนาดเล็กที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆเพิ่มขึ้น หรือ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่สามารถเพิ่มรายได้โดยการรับงานผ่าน Application ต่างๆ

              ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์การเข้ามาของแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) จะส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหารดังนี้

 

แอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร เทคโนโลยีที่ช่วยเร่งการขยายตัว และเพิ่มการกระจายรายได้ให้กับผู้เล่นในห่วงโซ่ธุรกิจ Food Delivery

 

              นอกจากการเติบโตเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 10 ต่อปีแล้ว ธุรกิจการจัดส่งอาหารไปยังแหล่งที่พัก (Food Delivery) ในปัจจุบันนั้นมีการพัฒนาอย่างมากทั้งในแง่ ความเร็ว และความหลากหลายของประเภทอาหารที่มีให้เลือกมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากการเข้ามาของผู้เล่นจากนอกอุตสาหกรรมที่เข้ามานำเสนอทางเลือกใหม่ๆให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงเข้ามาดึงส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจ Food Delivery 

              - แรงผลักดันการเติบโตของธุรกิจ Food Delivery มาจากทั้งการขยายตลาดของแอปพลิเคชั่นสั่งอาหารและความพยายามที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดของเครือร้านอาหาร

                   1. แอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) ผู้เล่นหน้าใหม่ที่สร้างจุดเปลี่ยนในธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงมีบทบาทในธุรกิจประเภทนี้มากยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นจากทั้งจำนวนร้านอาหารที่เข้ามาอยู่ในระบบมากยิ่งขึ้น หรือจะเป็นจำนวนการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นที่เพิ่มมากขึ้นโดยมีผู้ประกอบการบางรายมีจำนวนเฉลี่ยการสั่งอาหารต่อเดือนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

              โดยผู้เล่นในกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มตัวกลางที่รวบรวมร้านอาหารหลายๆร้านเข้าด้วยกันรวมไปถึงนำเสนอบริการจัดส่งอาหารให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่จะเป็นแอปพลิเคชั่นต่างชาติที่ให้บริการจัดส่งสินค้าหลายประเภทและครอบคลุมไปยังบริการจัดส่งอาหารอีกด้วย ขณะเดียวกันก็มีผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าไทยบางรายที่พยายามเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดโดยการเพิ่มบริการจัดส่งอาหารในธุรกิจของตน แต่ก็ยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เล่นในปัจจุบัน อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าแอปพลิเคชั่นสั่งอาหารจะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่แต่กลับพบว่าเป็นกลุ่มที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูง รวมไปถึงเป็นกลุ่มที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการขยายตัวของธุรกิจการจัดส่งอาหารไปยังแหล่งที่พัก (Food Delivery)

                   2. เครือร้านอาหารที่มีบริการจัดส่งสินค้า ผู้นำตลาดที่จำเป็นต้องปรับตัวจาก Digital Disruption โดยในอดีตผู้เล่นในกลุ่มนี้จะมีประเภทของอาหารจำกัดอยู่แค่เพียง อาหารจานด่วน อาทิ พิซซ่า ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ดีจากการที่แอปพลิเคชั่นสั่งอาหารมีการเติบโตและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการเครือร้านอาหารที่มีบริการจัดส่งสินค้า จำเป็นต้องมีการปรับแผนธุรกิจเพื่อให้รักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดที่มีอยู่ได้ โดยการเพิ่มช่องทางการสั่งซื้ออาหารและความหลากหลายของประเภทอาหาร ให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

              - แอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) ช่วยเพิ่มการกระจายรายได้ให้กับผู้เล่นในห่วงโซ่ธุรกิจ Food Delivery

              จากการศึกษาโดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร อาจมีส่วนช่วยให้มูลค่าของธุรกิจ Food Delivery มีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในการเดินทางไปยังร้านอาหารมาเป็นค่าจัดส่งสินค้า ซึ่งรายได้ส่วนนี้ที่เพิ่มขึ้นยังได้กระจายตัวไปยังผู้เล่นต่างๆในห่วงโซ่ธุรกิจอีกด้วย อาทิ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่สามารถมีทางเลือกของอาชีพและสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยการรับงานผ่านแอปพลิเคชั่นสั่งอาหารที่มีให้เลือกมากมาย ซึ่งคาดว่ากลุ่มผู้ขับขี่รถจักยานยนต์นี้ น่าจะมีส่วนแบ่งรายได้มูลค่าประมาณ 3.9 พันล้านบาท

              ร้านอาหารซึ่งรวมถึงร้านอาหารขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่สามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มรวบรวมร้านอาหารเพื่อขยายจำนวนฐานลูกค้าโดยที่ไม่ต้องเพิ่มทรัพยากรเงินทุนและแรงงานในส่วนของระบบขนส่งเอง ทำให้อาจมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของฐานลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งอาจมีส่วนแบ่งของรายได้มูลค่าประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ทางฝั่งของแอปพลิเคชั่นสั่งอาหารเองนั้นก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากค่าบริการที่ได้รับทั้งทางฝั่งร้านอาหารและผู้บริโภค ทำให้อาจมีส่วนแบ่งของรายได้ประมาณ 3.4 พันล้านบาท จากมูลค่ารวมของธุรกิจ Food Delivery ในปี 2562 ที่ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท

              นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า เส้นคั่นระหว่างธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆในธุรกิจร้านอาหารจะมีบทบาทน้อยลง ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของผู้เล่นในธุรกิจ Food Delivery จากทั้งผู้เล่นในธุรกิจร้านอาหารเองรวมไปถึงผู้เล่นจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นอาจส่งผลให้กลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่ที่พยายามเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาด ทั้งร้านอาหารและตัวแอปพลิเคชั่นเองต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในระยะยาว ทำให้อาจมีผู้ประกอบการบางรายจำเป็นต้องถอนตัวจากตลาด หรือควบรวมกิจการกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คาดผลักดันให้ธุรกิจ Food Delivery มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึงร้อยละ 8 ของมูลค่าธุรกิจร้านอาหารในปี 2562

bการเข้ามาของ แอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) ไม่เพียงส่งผลต่อผู้ประกอบการในธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังมีผลทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป สะท้อนจากผลสำรวจ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่พบว่ากลุ่มตัวอย่างสูงถึง ร้อยละ 63 คิดว่าการมีบริการสั่งอาหารผ่าน Application ประเภทต่างๆ ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของตน โดยทำให้เปลี่ยนมาสั่งอาหารผ่าน Application มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงทำให้มีการออกไปนั่งรับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลงอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ ร้อยละ 88 ของกลุ่มตัวอย่างเคยใช้บริการสั่งอาหารผ่าน Application ประเภทต่างๆ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากโปรโมชั่นและส่วนลดที่ทางผู้ประกอบการได้ทำแข่งขันกัน ซึ่งการสั่งมาทานส่วนใหญ่จะเป็นการสั่งมาทานกับครอบครัวและเพื่อน

นอกจากนี้ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการวิเคราะห์ผลจากแบบสำรวจและพบว่า

              - แอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) อาจเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ของร้านอาหาร สะท้อนจากการที่กลุ่มตัวอย่างจำนวนมากเลือกสั่งอาหารจากร้านอาหารขนาดกลางและเล็ก อาทิ ร้านอาหารเก่าแก่ตามห้องแถว ร้านอาหารข้างทางที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารไทยและอีสาน เป็นต้น โดยร้านอาหารในกลุ่มนี้ได้รับยอดการสั่งผ่านแอปพลิเคชั่นสูงเป็นอันดับสองรองจากเพียงแค่ร้านอาหารจานด่วนที่เป็นผู้ครองตลาดมาอย่างยาวนาน ทำให้เห็นถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าของผู้ประกอบการร้านอาหารประเภทนี้ผ่านการเข้าร่วมแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร

              - ราคาและส่วนลด รวมไปถึงความเร็วในการจัดส่งสินค้า เป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างในการเลือกใช้บริการของผู้บริโภค สะท้อนจากคำตอบทั้งในแง่ของความพึงพอใจและปัญหาที่พบของผู้บริโภคจากการขนส่งที่ล่าช้า นอกจากนี้ยังมีผู้บริโภคหลายรายพบปัญหาจากความไม่สมบูรณ์ของตัว Application ที่ส่งผลให้สมาร์ทโฟนค้าง รวมไปถึงการคลาดเคลื่อนของแผนที่ที่แสดงบน  Application กับสถานที่จริง

              - ผู้บริโภคบางส่วนยังคงชื่นชอบการนั่งรับประทานในร้านอาหาร แม้ว่าการสั่งอาหารผ่าน Application จะเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคให้ความนิยม แต่ยังมีกลุ่มตัวอย่างถึงหนึ่งในสาม ให้ความเห็นว่าร้านอาหารยังจำเป็นต้องมีการขยายสาขา โดยให้เหตุผลเรื่องความรวดเร็วและการรองรับจำนวนลูกค้าที่มากขึ้น ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคบางส่วนก็ยังให้ความสำคัญกับการไปนั่งรับประทานที่ร้านอาหารอยู่เช่นกัน

              โดยสรุป การเข้ามาของแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) ไม่เพียงแต่มีส่วนผลักดันให้ธุรกิจการจัดส่งอาหารไปยังแหล่งที่พัก (Food Delivery) มีการขยายตัวแต่ยังมีส่วนช่วยเพิ่มการกระจายรายได้ให้กับผู้เล่นในห่วงโซ่ธุรกิจอีกด้วย ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดความท้าทายที่สำคัญต่อผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารอย่างน่าสนใจ 

              โดยมีผลทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเพิ่มขีดสามารถในการแข่งขันของตนเองให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น อาทิ โดยการเพิ่มช่องทางการสั่งซื้ออาหารและความหลากหลายของประเภทอาหาร รวมไปถึงการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้การเข้ามาของแอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร (Food Delivery Application) ยังอาจกระตุ้นให้เกิดการร่วมมือและควบรวมกิจการของธุรกิจในห่วงโซ่ร้านอาหารมากขึ้นกว่าในอดีต และส่งผลต่อเนื่องให้พฤติกรรมของผู้บริโภคมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

              ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ธุรกิจจัดส่งอาหารไปยังแหล่งที่พัก (Food Delivery) ในปี 2562 จะมีมูลค่าอยู่ที่ 33,000 – 35,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องราวร้อยละ 14 จากปีก่อน และคิดเป็นร้อยละ 8 ของมูลค่าธุรกิจร้านอาหารของประเทศไทยในปี 2562


Related News