Road to Wealth
กองทุนรวมอสังหาฯ & REITs ...กองทุนที่ควรมีติดพอร์ต

เราได้เห็นสัจธรรมของตลาดหุ้นกันแล้วว่า ตลาดหุ้นไม่มีลงถาวร และไม่มีขึ้นตลอดไป ดังนั้นการเตรียมพร้อมวางแผนที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ มีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย จัดสรรเงินลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้ และตบท้ายด้วยการลงทุนอย่างมีวินัย ถ้าใครทำได้ตามที่กล่าวมาตอนนี้ก็คงเริ่มยิ้มออกกันบ้างแล้ว

กองทุนรวมอสังหาฯ & REITs ...กองทุนที่ควรมีติดพอร์ต

               ในการกระจายการลงทุนให้หลากหลาย ส่วนประกอบหนึ่งที่เราควรมีติดพอร์ตไว้เป็นอย่างยิ่งและถ้าดูปีที่ผ่านมาที่หุ้นทั่วโลกลงกันหนักๆ จะเห็นว่ากองทุนประเภทนี้เป็นสินทรัพย์ที่ถ้าเรามีติดพอร์ตไว้จะช่วยการลงทุนของเราได้เยอะทีเดียว เพราะแทนที่กองทุนจะปรับตัวลดลงตามตลาดทั่วโลก กลับสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี แถมยังมีให้ “เงินปันผล” ให้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย นั่นคือ #กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ #REITs นั่นเอง

               วันนี้เราจะมาพูดถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ REITs ในรูปแบบของ Fund of Fund ว่าทำไมถึงควรมีติดพอร์ตไว้

 

กองทุนรวมอสังหาฯ & REITs ...กองทุนที่ควรมีติดพอร์ต

 

               สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบ Fund of Fund ไม่ใช่กองใหม่ มีกันมานานแล้ว และมีความหลากหลายค่อนข้างมากด้วย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ แบบที่ 1 เป็นกองทุนที่ลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ REITs ที่ #ลงทุนในไทยโดยเฉพาะ ไม่มีการลงทุนในต่างประเทศ แบบที่ 2 คือ ลงทุนทั้ง #ในไทยและมี REITsต่างประเทศผสมอยู่ด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็น REITs ที่สิงคโปร์ แต่ก็มีบ้างที่ไปลงใน REITs อื่นๆ ทั่วโลกเช่นเดียวกัน

               และสุดท้ายแบบที่ 3 คือ เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในต่างประเทศล้วน บางกองทุนอาจจะมีลงในที่ใดที่หนึ่งเฉพาะเจาะจง อย่างที่ผมเห็นก็จะเป็น REITs สิงคโปร์ หรือ REITs ญี่ปุ่น เป็นต้น และมีบ้างบางกองทุนที่เป็น Global REITs คือลงทุน REITs ทั่วโลกเลยก็มี

               ดังนั้น ก่อนจะเก็บกองทุนประเภทนี้เข้าพอร์ต อย่าลืมดูด้วยว่ากรอบการลงทุนของกองทุนนั้นมีนโยบายกันอย่างไร โดยเฉพาะถ้ามีการลงทุนในต่างประเทศ เราจะต้องคำนึงถึงเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนกันด้วย

 

กองทุนรวมอสังหาฯ & REITs ...กองทุนที่ควรมีติดพอร์ต

 

               ส่วนทำไมกองทุนประเภทนี้ถึงน่าสนใจ และผมแนะนำให้มีติดพอร์ตไว้เพราะอะไรนั้น เราลองมาไล่ดูกันเป็นข้อๆ กันเลย

                    1. กองทุนประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ

               ด้วยลักษณะธุรกิจที่เป็นการปล่อยเช่า ดังนั้น รายได้หลักจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ REITs แน่นอนว่าต้องเป็น “ค่าเช่า” อย่างไม่ต้องสงสัย และกองทุนเมื่อได้ ค่าเช่า มาก็จะจ่ายผลตอบแทนออกมาในรูปแบบของ “เงินปันผล” ดังนั้น ด้วยลักษณะธุรกิจ และผลตอบแทนที่เป็นแบบนี้ ผมมักจะแนะนำให้นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนที่อยู่ในรูปของ “เงินปันผล” มากกว่าจะไปคาดหวังกับผลตอบแทนจาก “ส่วนต่างราคา” และเมื่อเราลงกองทุนนี้และคาดหวังกันที่ เงินปันผล เป็นสำคัญ

               ดังนั้น เวลาเราจะเลือกว่าลงทุนกองทุนนี้ดีหรือไม่ ผมแนะนำให้ลองถามดูว่า กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ REITs กองนั้นๆ ปัจจุบัน มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่เท่าไร?

               ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาต้นปีนี้ ก็จะให้ Dividend Yield อยู่กันราวๆ 5-6% ต่อปี ถ้าไปเทียบกับว่าเราลงทุนพันธบัตรรัฐบาลที่ได้รับผลตอบแทนต่ำตามภาวะอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ ปัจจุบัน ก็ถือว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน

          ส่วนเรื่อง ผลตอบแทนจาก “ส่วนต่างราคา” ให้มองเป็นของแถมสำหรับกองทุนประเภทนี้มากกว่า อย่าคาดหวังเยอะเกินไป และสุดท้ายขอให้เข้าใจด้วยว่า การลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ REITs เป็นทางเลือกที่น่าสนใจก็จริง แต่ถ้าจะลงเพื่อมาเก็งกำไร เราคงมาผิดทางแล้ว

               เนื่องจากหากต้องการลงทุนคาดหวังผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากเงินปันผล นั่นหมายความว่า เราต้องมีเวลาลงทุนเพื่อรับ “เงินปันผล” ซึ่งการจะได้รับ “เงินปันผล” ก็ต้องถือครบ 1 ปี เป็นอย่างน้อย

 

กองทุนรวมอสังหาฯ & REITs ...กองทุนที่ควรมีติดพอร์ต

 

                    2. เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนอยู่ระดับกลางๆ ระหว่างตราสารหนี้กับหุ้น

               ทำไมกองทุนนี้ถึงเหมาะกับการมีติดพอร์ตไว้ นอกจากเรื่องของผลตอบแทน ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอจากเงินปันผลแล้ว ในมุมมองของผมกองทุนประเภทนี้ยังเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีระดับความเสี่ยง และผลตอบแทน อยู่กลางๆ ระหว่าง ตราสารหนี้ กับ หุ้น ซึ่งถ้าเราเข้าใจเรื่องของผลตอบแทน และความเสี่ยงดีระดับหนึ่ง จะรู้ได้ทันทีว่า ช่องว่างระหว่าง 2 สินทรัพย์นี้ ในเรื่องของ ผลตอบแทน และความเสี่ยงนั้น มีช่องว่างที่กว้างมาก

               ดังนั้น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ REITs จึงเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่มาเติมช่องว่างนี้ให้เต็มในพอร์ตของเราได้อย่างเหมาะเจาะ และที่สำคัญ ยังเป็นสินทรัพย์ที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป

               อย่างไรก็ตาม เราควรทำความเข้าใจกันด้วยว่า ความเสี่ยงของกองทุนอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ตรงไหนกันบ้าง โดยปัจจัยที่เราต้องเน้นเป็นพิเศษนั่น คือ #ผลตอบแทนจากเงินปันผล ซึ่งเป็นผลตอบแทนหลักของกองทุน ทำให้เรามักจะไปอ้างอิงกับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ เทียบกันด้วย

               สมมติว่า ถ้าเราอยู่ในภาวะดอกเบี้ยสูง เราลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งแน่นอนว่าความเสี่ยงต่ำกว่า และได้รับดอกเบี้ยสูงด้วย เป็นแบบนี้พันธบัตรย่อมน่าสนใจกว่าจริงไหม แบบนี้คงไม่เป็นผลดีต่อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ REITs ดังนั้น เราคงต้องระมัดระวังเวลาดอกเบี้ยบ้านเราปรับตัวเพิ่มขึ้นกันด้วย

               ในทางกลับกัน ถ้าอยู่ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ (เหมือนในปัจจุบันนี้) การได้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงของกองทุน ก็จะดึงดูดความสนใจของนักลงทุนได้มากกว่า นั่นเป็นสาเหตุว่า ทำไมปัจจุบัน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ REITs ถึงได้รับความนิยม และถ้ามองกลับมาในมุมของการจัดสรรเงินลงทุน การมีแต่สินทรัพย์ที่มีดอกเบี้ยต่ำๆ ก็อาจจะทำให้อัตราผลตอบแทนที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังด้วย

               ดังนั้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ REITs จึงเป็นตัวที่ใช้ดึงผลตอบแทนได้ ขณะที่ยังมีลักษณะของผลตอบแทนที่สม่ำเสมออยู่ด้วย จึงเป็นตัวตอบคำถามได้เป็นอย่างดีว่า ทำไมเราจึงควรมีกองทุนประเภทนี้ไว้ในพอร์ตของเรา

 

โดย : คุณสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาบริหารเงินลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด


Related News