เทคโนโลยี
Facebook ส่ง Libra เขย่าโลกการเงิน ต้นปี 2020

เมื่อวานนี้ Facebook และพันธมิตรอีก 27 องค์กร ได้ยืนยันการแผนการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลที่มีชื่อว่า Libra และเตรียมเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 โดยใน White Paper ของโปรเจกต์ Libra ระบุว่า ภารกิจของ Libra คือการเปิดโลกทางการเงินและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน พร้อมมอบอำนาจให้กับคนหลายพันล้านคนเข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกมากขึ้น

Facebook ส่ง Libra เขย่าโลกการเงิน ต้นปี 2020

            เว็บไซต์ Calibra.com บริษัทลูกของ Facebook ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนโครงการนี้โดยตรง ระบุว่า พวกเขากำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวแรก ซึ่งนั่นก็คือ กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ใช้กับสกุลเงิน Libra โดยบอกอีกว่า ด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยี Blockchain จะทำให้ Libra กลายเป็นสกุลเงินของโลก และกระเป๋าเงิน Libra นี้จะอยู่ใกล้ตัวผู้ใช้มาก ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ผ่าน Messenger, Whats Apps หรืออาจเป็นแอปพลิเคชั่น Libra ในอนาคต ในแถลงการณ์บอกด้วยว่าพวกเขาน่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ในปี 2020

 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Facebook

           มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Facebook 

ภาพจาก : cryptonews.com

            มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Facebook กล่าวว่า Calibra จะอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับและการกำกับดูแลของหน่วยงานกลาง เช่นเดียวกับผู้ให้บริการชำระเงินรายอื่นๆ และข้อมูลส่วนบุคคลใน Calibra จะถูกจัดเก็บแยกจากข้อมูลผู้ใช้เฟสบุ้กแน่นอน ซึ่งผู้ใช้สามารถที่จะส่งสกุลเงิน Libra ไปให้ใครก็ได้ ผ่านสมาร์ตโฟนโดยการส่งนั้นอาจมีค่าค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก หรืออาจไม่มีเลยก็ได้

            ซีอีโอ เฟสบุ้ก ยังบอกอีกว่า เขาหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไป Calibra จะสามารถนำเสนอบริการใหม่ๆให้กับผู้คนและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นอาจเป็น การกดปุ่มเดียวเพื่อชำระบิล การจ่ายค่ากาแฟหรือการขึ้นรถสาธารณะด้วยการสแกนรหัส เขาหวังว่าผู้ใช้จะไม่ต้องพกพาเงินสดเพื่อใช้จ่ายในแต่ละวัน

            มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้ให้สัญญาว่า ตัวระบบจะมีการป้องกันการฉ้อโกงเต็มรูปแบบ เขายืนยันว่า “หากผู้ใช้ต้องสูญเสียเหรียญ Libra เราพร้อมจะคืนเงินให้”

           Facebook ส่ง Libra เขย่าโลกการเงิน ต้นปี 2020

พันธมิตร 27 ราย ในสมาคม Libra ประกอบด้วย 6 กลุ่ม ดังนี้

         1. กลุ่มการชำระเงิน ประกอบด้วย : Mastercard, PayPal, PayU, Stripe, Visa

         2. กลุ่มเทคโนโลยีและมาร์เก็ตเพลส ประกอบด้วย : Booking Holdings, eBay, Facebook/Calibra, Farfetch, Lyft, MercadoPago, Spotify AB, Uber Technologies, Inc.

         3. กลุ่มโทรคมนาคม ประกอบด้วย : Iliad, Vodafone Group

         4. กลุ่มเทคโนโลยี Blockchain ประกอบด้วย : Anchorage, Bison Trails, Coinbase, Inc., Xapo Holdings Limited

         5. กลุ่มเวนเจอร์แคปปิตัล ประกอบด้วย : Andreessen Horowitz, Breakthrough Initiatives, Ribbit Capital, Thrive Capital, Union Square Ventures

         6. กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร และการศึกษา ประกอบด้วย : Creative Destruction Lab, Kiva, Mercy Corps, Women’s World Banking

            ตามรายงานจาก Calibra ระบุว่า พวกเขาต้องการเพิ่มสมาชิกที่จะเข้ามาในสมาคม Libra ให้มีจำนวน 100 ราย และจะเปิดเป้าหมายของโครงการนี้อีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 สำหรับการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในสมาคม Libra นั้น จะต้องมีค่าเข้าร่วมเป็นเงิน 20 ล้านดอลลาร์ โดยสมาชิกที่เข้าร่วมนี้จะกลายเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง

 

 

 Libra Ecosystem


Related News