วารสารการเงินธนาคาร
Family Business : กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ เค.อี. กรุ๊ป

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์

รองกรรมการผู้จัดการ

เค.อี. กรุ๊ป

สานต่อธุรกิจ K.E. Group

ยึดหัวหาดอสังหาฯ ไฮเอนด์

เค.อี. กรุ๊ป (K.E. Group) เป็นกลุ่มบริษัทที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์มาเป็นระยะเวลากว่า 12 ปี โดยเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งโครงการบ้านหรู และคอมมูนิตี้ มอลล์ เน้นเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าระดับบนและยึดหัวหาดของโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา

            ล่าสุดได้ประกาศจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือรีทส์ เพื่อลงทุนในอสังหาฯ ประเภทคอมมูนิตี้ มอลล์ มูลค่าโครงการกว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการขยายธุรกิจของ เค.อี. กรุ๊ป ทั้งนี้ การบริหารงานของ เค.อี. กรุ๊ป อยู่ภายใต้ร่มเงาของ กวีพันธ์ - ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ และมีทายาทรุ่นใหม่ช่วยสานต่อธุรกิจ คือ กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ เค.อี. กรุ๊ป ลูกชายคนโตที่เข้ามาต่อยอดการลงทุนสู่โอกาสใหม่ๆ ในทางธุรกิจ

 

4 ธุรกิจหลักอาณาจักร เค.อี. กรุ๊ป

เผยบทบาทใหม่ผู้จัดการกองทรัสต์

            กวินทร์เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโทสาขาการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้กลับมาทำธุรกิจของครอบครัว โดยเริ่มจากงานด้านการพัฒนาธุรกิจ (Business Development) จนกระทั่งปัจจุบันได้เข้ามาดูแลการต่อยอดลงทุนในโครงการใหม่ๆ

            กวินทร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของ เค.อี. กรุ๊ป ประกอบด้วย 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจบ้านหรูหรือที่อยู่อาศัย โดยตอนนี้มีโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาคือ โครงการหมู่บ้านคริสตัล โซลานา มูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ ซึ่งธุรกิจในกลุ่มนี้มุ่งเจาะตลาดระดับบนหรือกลุ่ม Luxury เท่านั้น

            ถัดมาเป็น กลุ่มธุรกิจ Shopping Center ซึ่งบริหารศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ประเภทคอมมูนิตี้

มอลล์ (Community Mall) ภายใต้แบรนด์ The CRYSTAL ทั้งหมด รวมถึงบริหารโครงการ CRYSTAL DESIGN CENTER หรือ CDC ซึ่งเป็นศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ที่รวมวัสดุตกแต่งและการออกแบบครบวงจร

            ทั้งนี้ ในช่วงต้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เค.อี. กรุ๊ป ได้ประกาศแผนสำคัญของกลุ่มธุรกิจ Shopping Center โดยได้ยื่นไฟลิ่งจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพื่อลงทุนครั้งแรกในศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ 10 โครงการ มูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 11,000 ล้านบาท โดยสินทรัพย์บางส่วนจะมาจากการแปลงสภาพของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์คริสตัล รีเทล โกรท (CRYSTAL) ซึ่งมีผู้จัดการกองทรัสต์ (REIT Manager) ร่วมบริหาร 2 ราย คือ บริษัท เค.อี.รีท แมเนจเมนท์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง)

            “การจัดตั้งรีทส์เป็นการบริหารพอร์ตที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงได้ลงทุนในกองนี้ด้วย โดยเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ ซึ่งสินทรัพย์ที่ลงทุนจะเน้นโครงการที่มีทำเลดี มีลูกค้าใช้บริการเป็นจำนวนมากในตลาดของกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ และตัวโครงการมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่เหมาะกับพื้นที่นั้น รวมถึงมีซุปเปอร์มาร์เก็ตที่แข็งแกร่ง มีร้านอาหารที่ดี หรืออาจจะมีโรงเรียน มีคลินิก ฟิตเนส ที่ตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ ภาพรวมที่ออกมาจึงเป็นลักษณธของ Lifestyle Mall อย่างแท้จริง”

            โดยนอกเหนือจากสินทรัพย์ของ เค.อี. กรุ๊ป ยังมีสินทรัพย์จากอีก 7 โครงการ ซึ่งกระจายอยู่ในกรุงเทพ ประกอบด้วย โครงการเดอะเทอร์เรซ (The Terrace) 3 แห่ง คือ รามคำแหง รังสิต และราชพฤกษ์ โครงการเดอะ ซีน (Scene) ทาวน์อินทาวน์ โครงการเพลินนารี่ (Plearnary Mall) วัชรพล โครงการอมอรินี่ (Amorini) รามอินทรา และโครงการแอมพาร์ค (I'm Park) จุฬา 22

            “ภาพรวมของแต่ละโครงการในกองมีจุดเด่นที่ไม่ซ้ำกัน ส่วนของ เค.อี. กรุ๊ป แม้จะอยู่ในกลุ่มระดับบน แต่ก็มีเป้าหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทุกชุมชน เพราะมองว่าเป็นโอกาสที่ดีทางธุรกิจ คาดว่าน่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนระดมทุนในตลาดได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยมีที่ปรึกษาทางการเงินคือ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์เป็น Trustee”

            ส่วนสาเหตุที่ใช้รูปแบบของกองทรัสต์ฯ หรือรีทส์ ในการระดมทุน กวินทร์ มองว่า รีทส์เป็นรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในแง่ของนักลงทุนและผู้ที่ต้องการระดมทุน ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะออกรีทส์กองใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเป็นการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ประเภทอื่น เช่น อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า โกดังหรือคลังสินค้า Data Center เป็นต้น เพื่อแบ่งเป็นกองรีทส์แต่ละประเภทอย่างชัดเจนและจะทำให้สามารถโฟกัสในการลงทุนได้ดีมากกว่า

            สำหรับธุรกิจที่สามของ เค.อี. กรุ๊ป เป็น กลุ่มธุรกิจ Hospitality โดยปัจจุบันมีห้องประชุมและจัดเลี้ยงที่ CDC สามารถจัดได้ทั้งงานประชุม สัมมนา งานแต่งงาน ในกลุ่มธุรกิจนี้ยังรวมถึงธุรกิจคาเฟ่และร้านอาหารที่อยู่ในเครือ เช่น ร้าน Peppina ร้าน Parlour เป็นต้น ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมตัวธุรกิจ Shopping Center ทำให้คอมมูนิตี้ มอลล์ มีความแข็งแกร่งมากขึ้นในแง่ของการตอบสนองความต้องการของลูกค้า

            และอีกหนึ่งธุรกิจคือ กลุ่มธุรกิจ Retail and Trading โดยทำธุรกิจร้านขายสินค้าประเภทของตกแต่งบ้าน เช่น ร้าน Kohler, American Standard, และ Crystal Maison เป็นต้น ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ CDC เพราะเป็นส่วนสนับสนุนให้ CDC เป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ค่อนข้างครบถ้วน

 

ติดตามคอลัมน์ Family Business ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกรกฎาคม 2562 ฉบับที่ 447 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News