วารสารการเงินธนาคาร
Exclusive Interview : ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ

เลขาธิการ

กรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

คปภ.ยกระดับมาตรฐานการกำกับ

สร้างภูมิคุ้มกัน “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

 

ในยุคปัจจุบัน ชีวิตของเราต้องประสบกับความเสี่ยงภัยที่ไม่คาดคิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย ภัยธรรมชาติ เป็นต้น โดยภัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิต และทรัพย์สิน

ดังนั้น การประกันภัย จึงเข้ามามีบทบาทหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงภัยและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยหน่วยงานของรัฐอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและส่งเสริมบริษัทประกันให้ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ยุติธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค

รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันและคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำประกัน โดยมี ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สานต่อสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศในการบริหารความเสี่ยงให้ชีวิตคนไทย เป็นสมัยที่ 2

 

สร้างภาพลักษณ์ใหม่

สานต่อนโยบาย คปภ.

ดร.สุทธิพล กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคปภ. คือการทำหน้าที่ในกำกับและพัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีความเข้มแข็งมั่นคง ส่งเสริมสนับสนุนให้ธุรกิจประกันภัยมีบทบาทในการสร้างเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัยหรือ  โดยการกำกับ-ส่งเสริม-คุ้มครอง ทุกมิติด้านการประกันภัย

“ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เปรียบเสมือนการวางรากฐานใหม่ของสำนักงาน คปภ. และอุตสาหกรรมประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโครงสร้าง สิ่งแวดล้อม ปริบทต่างๆ ของการประกอบธุรกิจ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จึงส่งผลให้มิติในการทำงานของสำนักงานคปภ. มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย”

ทั้งนี้ ปัจจุบันพัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ กลายเป็นความท้าทายสำคัญของทุกอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีมีอิทธิพลต่อประเทศไทยในการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นประเทศผู้ผลิตที่มีความคิดสร้างสรรค์มีนวัตกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ รวมทั้งการใช้ศักยภาพทางดิจิทัลเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าทางเศรษฐกิจ

   โดยในส่วนของอุตสาหกรรมประกันภัยก็เริ่มมีการปรับบริบทการดำเนินธุรกิจในสอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากมีการให้บริการลูกค้าผ่านช่องทาง Online โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Social Media เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้เร็วขึ้น ในขณะเดียวกันก็ส่งผลทำให้ลูกค้ามีความคาดหวังมากยิ่งขึ้น เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช่องทางรับบริการที่เหมาะสมกับตนเอง รวมถึงการได้รับข้อมูลที่ร้องขอและการตอบสนองด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว

 

ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกรกฎาคม 2562 ฉบับที่ 447 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News