วารสารการเงินธนาคาร
Exclusive Interview : รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

รื่นวดี สุวรรณมงคล

เลขาธิการ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์

และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

 

ก.ล.ต.นำทัพตลาดทุน

พัฒนาสู่ความยั่งยืน

 

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างพลวัตในยุคดิจิทัลที่ทำให้การคาดการณ์สิ่งต่างๆ บนโลกทำได้ยากมาขึ้นเรื่อยๆ ตลาดทุนทั่วโลกรวมทั้งตลาดทุนไทยเป็นภาคส่วนที่ต้องเผชิญกับกระแสเหล่านี้มากที่สุดและต้องปรับตัวเพื่อรับมือก่อนคนอื่น การดำเนินนโยบายของหน่วยงานซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

            ในช่วงเวลาที่น่าจับตามองนี้ รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ได้วางแนวทางขับเคลื่อนตลาดทุนไทย โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับหลักการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงตอบโจทย์แผนพัฒนาตลาดทุนปี 2560-2564 เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ที่ทันต่อสภาวะการณ์และพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนของตลาดทุนไทย

 

 

ยกระดับความคุ้มครองผุ้ลงทุน

เร่งปิดช่องว่างทางกฎหมาย

            รื่นวดีกล่าวว่า สำหรับการยกระดับความคุ้มครองผู้ลงทุนจะดำเนินการในหลายมิติ มิติที่หนึ่ง คือ ยกระดับการรับเรื่องราวร้องเรียน ซึ่งสามารถทำได้เลยภายในองค์กรของ ก.ล.ต. โดยประชาชนสามารถแจ้งได้ 24 ชั่วโมง ตลอดทั้ง 7 วัน เช่น การถูกหลอกลวงให้ลงทุนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หรือการหลอกลวงให้ลงทุนแชร์ลูกโซ่โดยแอบอ้างเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ก็มีมากในปัจจุบัน ดังนั้นการเข้าไปรับเรื่องราวร้องทุกข์ก่อนแล้วค่อยมาแยกเรื่องในภายหลังได้ว่าจะต้องดำเนินอย่างไรหรือส่งต่อหน่วยงานใด

            มิติที่สอง การเสริมสร้างความรับรู้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะเมื่อมีการออกกฎหมายใหม่ ก.ล.ต.ก็มีหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ซึ่งหลังจาก พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ก็ต้องให้ความรู้กับผู้ลงทุน รวมถึง พ.ร.บ.สินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2561 ด้วยเช่นกัน

            โดยจะเริ่มจากการจัดสัมมนาให้ความรู้ในเขตกรุงเทพก่อน รวมถึงเตรียมสัมมนาสร้างความรับรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย เช่น กฎหมายการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) โดยร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยให้ผู้ลงทุนรับทราบถึงสิทธิตามกฎหมาย

            มิติที่สาม การพิจารณาแก้ไขกฎหมายต่างๆ โดยศึกษาจากกลไกกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งมอบหมายทีมงานให้เก็บข้อมูลเพื่อเตรียมแก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ฉบับต่อไป เพราะบริบทมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เห็นได้จากการแก้ร่างปี 2561 ที่ยื่นขอเสนอแก้ไขกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2559 เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาแต่บริบทในตลาดทุนไม่ได้หยุดนิ่ง และนอกจากจะการเสนอกฎหมายใหม่แล้ว กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีการทบทวนประสิทธิภาพและความทันสมัยด้วย

          “เรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพก็อยากจะใช้ประสบการณ์การทำงานกระทรวงยุติธรรมมาเสริมให้กระบวนการทำงานของ ก.ล.ต.มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการแก้ไขกฎหมายส่วนที่เกี่ยวกับตลาดทุนโดยตรงและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย”

 

ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกรกฎาคม 2562 ฉบับที่ 447 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News