ข่าวประกัน
คปภ.หารือภาคธุรกิจประกัน เตรียมยกเครื่องประกันสุขภาพ

คปภ. เชิญภาคธุรกิจหารือแลกเปลี่ยนแนวคิดเตรียมยกเครื่องกระบวนการอนุมัติผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยเริ่มใช้ปีนี้พร้อมปรับใหญ่แบบสัญญาประกันสุขภาพเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

                ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 สำนักงาน คปภ. ได้ประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของด้านกำกับ โดยเชิญนายกสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการบริษัทประกันชีวิต ผู้จัดการสาขาบริษัทประกันชีวิต กรรมการผู้จัดการบริษัทประกันวินาศภัย และผู้จัดการสาขาบริษัทประกันวินาศภัย เข้าร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. ภายใต้ 2 ประเด็นสำคัญ คือ

                ประเด็นแรก การปรับปรุงกระบวนการให้ความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรองรับให้ภาคธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยไทย จึงได้มีการจัดทำกระบวนการให้ความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ขึ้น โดยในครั้งนี้สำนักงาน คปภ. เน้นให้ความสำคัญในการส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทในการพิจารณาและกลั่นกรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ประกันภัยและความพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ การทดสอบผลิตภัณฑ์ ระบบการจัดการความเสี่ยง ระบบการจัดการค่าสินไหม ระบบเรื่องร้องเรียน โดยผ่านคณะกรรมการผลิตภัณฑ์ของบริษัท

                โดยในส่วนของ สำนักงาน คปภ. ได้จัดช่องทางในการอำนวยความสะดวก ที่ชัดเจนอย่างเป็นระบบ ตลอดจนวางแผนรองรับการกำกับรูปแบบใหม่ ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการและหารือภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมของการให้ความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่นี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบอัตโนมัติ (File & Use) การให้ความเห็นชอบที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่นายทะเบียนประกาศกำหนดเป็นแบบมาตรฐาน ให้ถือว่าบริษัทได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนนับแต่วันที่สำนักงาน คปภ. ประทับตรารับเรื่องและมีการชำระค่าธรรมเนียม สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบปกติ การให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัยที่นอกเหนือไปจากหลักเกณฑ์ประกาศกำหนดให้เป็นแบบอัตโนมัติ และบริษัทสามารถนำไปใช้ได้ต่อเมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบแล้ว

                ทั้งนี้ ในการยื่นขอรับความเห็นชอบแบบ ข้อความ และอัตราเบี้ยประกันภัยจะมีความชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น กล่าวคือ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบอัตโนมัติ (File & Use) ใช้เวลาอนุมัติแบบ ไม่เกิน 30 นาที ผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบปกติ (ขอใหม่) ซึ่งเป็นแบบที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาอนุมัติแบบ ไม่เกิน 15 วัน (จากเดิมใช้เวลาอนุมัติ 30 วัน) ผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบปกติ (ขอใหม่) ซึ่งเป็นแบบที่มีความซับซ้อน ใช้เวลาอนุมัติไม่เกิน 30 วัน (จากเดิมใช้เวลาอนุมัติ 60 วัน) ผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบปกติ (ขอต่ออายุ) ซึ่งเป็นแบบที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาอนุมัติไม่เกิน 7 วัน (จากเดิมใช้เวลาอนุมัติ 15 วัน) ผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบปกติ (ขอต่ออายุ) ซึ่งเป็นแบบที่ซับซ้อน ใช้เวลาอนุมัติไม่เกิน 30 วัน (จากเดิมใช้เวลา 60 วัน) เป็นต้น ทั้งนี้ คาดว่า กระบวนการให้ความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่จะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2562

                ประเด็นที่สอง คือ การปรับปรุงสัญญาประกันสุขภาพมาตรฐาน เพื่อให้รองรับกับเทคโนโลยีและวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป ให้มีแนวปฏิบัติที่เป็นแนวทางเดียวกัน และสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่อง รายการความคุ้มครอง ต้องกำหนดให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชนิดหรือประเภทของการรักษาพยาบาล ยา และเวชภัณฑ์ การบริการทางการแพทย์ฯ รวมทั้ง การปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้ยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์เป็นสินค้าควบคุม จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงสัญญาประกันสุขภาพ

                โดยสำนักงาน คปภ. ได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงานร่างสัญญามาตรฐาน ประกอบด้วย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย แพทย์ที่ปรึกษา นักวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างสัญญาประกันสุขภาพมาตรฐานจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และได้มีการนำเสนอต่อที่ประชุม CEO Forum เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562

                ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้นำข้อสรุปและประเด็นข้อคิดเห็นมาปรับปรุงและดำเนินการต่อยอดเพื่อให้ร่างสัญญาประกันสุขภาพมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ซึ่งสาระสำคัญของการปรับปรุง อาทิเช่น ปรับปรุงหมวดรายการผลประโยชน์ความคุ้มครองให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งธุรกิจ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ลดการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ซ้ำซ้อน ประชาชนสามารถเปรียบเทียบผลประโยชน์ความคุ้มครองและเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสมตรงตามความต้องการ

                สำหรับคำนิยาม เงื่อนไข และข้อยกเว้นของสัญญา ได้มีการพิจารณาปรับปรุงให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้การนำไปใช้เป็นแนวทางเดียวกัน เช่น การต่ออายุ (Renewal) การปรับเบี้ยประกันภัย สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-existing Condition) ระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (Waiting Period) ตารางผ่าตัด การปรับเพิ่มรายการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (Day Surgery) เป็นต้น

                นอกจากนี้ เพื่อให้ระบบการประกันสุขภาพครบถ้วนสมบูรณ์ จึงได้เตรียมการในเรื่องจัดทำฐานข้อมูลประกันสุขภาพที่เป็นมาตรฐาน เพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถิติ การพัฒนาระบบการประกันสุขภาพ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เอาประกันภัยในการเรียกร้องค่าสินไหมในอนาคตด้วย

                ดร.สุทธิพล กล่าวว่า การประชุมชี้แจงในวันนี้ จะเป็นการรวบรวมทุกความเห็นและข้อเสนอแนะให้คณะทำงานฯนำไปวิเคราะห์ในการปรับปรุงกระบวนการให้ความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประกันภัย และปรับปรุงแบบสัญญาประกันสุขภาพมาตรฐาน ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์และดำเนินการไปในแนวทางเดียวกันเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความเข้มแข็ง ก้าวทันตลาด ทำให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการและถึงมือผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น อีกทั้ง สะท้อนความเสี่ยง ต้นทุนที่แท้จริง และความพร้อมของบริษัท รวมทั้งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภค


Related News