ข่าวรอบวัน
แนวโน้มทองคำ ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2562 โดย วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำ ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศเลื่อนการจัดเก็บภาษีในอัตรา 10% ต่อสินค้านำเข้าที่เหลือจากจีน โดยเลื่อนการเก็บภาษีต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่, แล็ปท็อป และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ จากกำหนดเดิมวันที่ 1 ก.ย. ออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. ภายใต้ความหวังว่าจะบรรเทาผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในช่วงวันหยุดของสหรัฐ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนภายใต้สงครามการค้าอันยืดเยื้อ หนุนตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้นจนกดดันราคาทองคำ

อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังรอจับตาความคืบหน้าประเด็นสงครามการค้า รวมทั้งการเจรจาของ 2 ฝ่ายซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อใช้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำเพิ่มเติม แม้ว่าเจ้าหน้าที่จีนยืนยันต่อแผนการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในเดือนก.ย.เพื่อประชุมการค้าแบบพบหน้า แต่แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่เจรจาจีนไม่ได้มีทัศนะเชิงบวกมากนักเกี่ยวกับความคืบหน้าใดๆ ในเร็วๆนี้ และเจ้าหน้าที่อาจจะไม่ผ่อนปรนใดๆ ในช่วงเข้าสู่วันที่ 1 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ระบุว่า จีนไม่ดำเนินการตามคำมั่นในการซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรจำนวนมากของสหรัฐ ซึ่ง ปธน.ทรัมป์ คาดหวังว่า จีนจะเปลี่ยนจุดยืนและกลับมาซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ อีกทั้งประเด็นสงครามการค้าอาจขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นๆ เมื่อปธน.ทรัมป์ เรียกร้องโดยตรงให้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรใน “ปริมาณมาก”

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ธุรกิจนิกเกอิ รายงานเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐตกลงเล็งเป้าหมายทำข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคีในวงกว้างภายในเดือนก.ย. แนวโน้มเป็นการพยายามประสานความคิดเห็นที่แตกต่างด้านภาษีเนื้อวัวและภาครถยนต์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะบริหารภายใต้การนำของปธน. ทรัมป์ ระบุว่า อังกฤษและสหรัฐกำลังหารือข้อตกลงการค้าบางส่วน ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ย. หรือหนึ่งวันหลังอังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป(EU)

ทั้งนี้ความเป็นไปได้ที่ผู้นำของทั้งสองประเทศจะลงนามในปฏิญญาแผนกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การทำข้อตกลงการค้า ความเคลื่อนไหวนั้นอาจจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอด G7 ณ ประเทศฝรั่งเศสในเดือนส.ค. ซึ่งนักลงทุนจับตาความชัดเจนในประเด็นการค้าระหว่างประเทศว่าจะมีพัฒนาการเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำและตลาดหุ้น ทั้งนี้ หากราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่ต่ำกว่าบริเวณ 1,487-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีแรงซื้อกลับเข้ามาค่อนข้างหนาแน่น มีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นทดสอบแนวต้านในบริเวณ 1,511-1,522 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำมีการปรับลดลงทดสอบแนวรับและไม่หลุดแนวรับโซน 1,487-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อดูทิศทางก่อน แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากสามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น แต่ถ้าราคาหลุดโซน 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ขายตัดขาดทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,511-1,522 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,487 (21,650บาท)             1,479 (21,550บาท)                 1,468 (21,400บาท) 

แนวต้าน          1,511 (22,050บาท)             1,524 (22,250บาท)                 1,535 (22,400บาท)            

         

GOLD FUTURES (GFQ19)

แนวรับ            1,487 (21,820บาท)             1,479 (21,700บาท)                 1,468 (21,540บาท) 

แนวต้าน          1,511 (22,170บาท)             1,524 (22,370บาท)                 1,535 (22,530บาท)            


Related News