ข่าวรอบวัน
เอสซีจี เผย Blockchain ยกระดับการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมแบ่งปันความรู้ให้องค์กรที่สนใจ B2P

 

เอสซีจี เผยผลสำเร็จหนึ่งปีหลังนำ Blockchain มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง-วางบิล-ชำระเงินช่วยลดระยะเวลาดำเนินการได้ 56,000 นาที อ้างอิงจากปริมาณรายการต่อวัน หากมีคู่ธุรกิจเข้าใช้งานแพลตฟอร์มตามแผนลดต้นทุนต่อรายการได้ 70% และพนักงานคล่องตัวขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มคู่ธุรกิจใช้งานแพลตฟอร์มจาก 240 ราย เป็น 2,400 รายให้ได้ภายในปี 2563 แนะองค์กรเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ชี้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้องค์กรและคู่ธุรกิจ

              นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดมผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การเงินและการลงทุนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง-วางบิล-ชำระเงินหรือที่เรียกว่า B2P (Blockchain Solution for Procure-to-Pay) ของเอสซีจีกับคู่ธุรกิจนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Digital Transformationหรือการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านการสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญอย่าง "ดิจิทัล เวนเจอร์ส" ซึ่งเป็นผู้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินชั้นนำ เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจขององค์กรให้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น

              โดยหลังจากที่เอสซีจีได้เริ่มใช้แพลตฟอร์ม B2P กับธุรกิจกว่า 240ราย ที่ทำรายการจัดซื้อจัดจ้าง (Purchase Order) ประเภทวัตถุดิบ (Raw Materials)วัสดุสิ้นเปลือง (Supply)วัสดุอะไหล่ (SparePart) และการให้บริการ (Service) มากว่า 1 ปี ก็มีผลเป็นที่น่าพอใจกับทั้งเอสซีจีและคู่ธุรกิจ เพราะนอกจากเทคโนโลยี Blockchain จะช่วยให้ข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง-วางบิล-ชำระเงิน มีความน่าเชื่อถือ (Reliability)แล้ว ยังช่วยเชื่อมโยงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเครือข่ายเข้าด้วยกันเป็น Ecosystem ที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูงจากการทำให้แต่ละรายการถูกเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย และช่วยลดความผิดพลาดได้ดียิ่งขึ้น จากการที่ระบบสามารถตรวจสอบรายการในจุดต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ

              แพลตฟอร์ม B2P ยังช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง-วางบิล-ชำระเงิน ได้กว่า 50% เหลือเฉลี่ย 35 นาที จาก 70 นาทีต่อรายการ จากการลดขั้นตอนในการรับ-ส่งข้อมูลและการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ทำให้สามารถลดระยะเวลาที่ใช้ในการทำรายการตลอดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่อวันได้ 56,000 นาที อ้างอิงจากปริมาณรายการต่อวันเฉลี่ย 1,600 รายการ

              หากมีคู่ธุรกิจเข้าใช้งานแพลตฟอร์มตามแผน รวมทั้งยังช่วยลดต้นทุนต่อรายการได้ 70% เมื่อเทียบกับกระบวนการทำงานแบบเดิม และทำให้การทำงานมีความกระชับและคล่องตัวมากขึ้น จึงสามารถเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาทักษะให้สามารถทำงานอื่นที่มีคุณค่ากับองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มากขึ้น

              นอกจากนี้ คู่ธุรกิจยังได้รับประโยชน์อย่างมากจากการใช้งานแพลตฟอร์ม B2P กับเอสซีจี เพราะทำให้สามารถตรวจสอบสถานะของรายการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งได้รับชำระเงินตรงตามกำหนด จากขั้นตอนการตรวจสอบที่มีความรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้คู่ธุรกิจสามารถทำเรื่องขอสินเชื่อจากธนาคารบนระบบ B2P ได้สะดวกรวดเร็ว จึงทำให้คู่ธุรกิจเกิดสภาพคล่องทางธุรกิจมากขึ้น ส่งผลต่อยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งทางเอสซีจีก็ได้สร้างการมีส่วนร่วมกับคู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความรู้ ความใจ และให้คำปรึกษา ซึ่งใช้เวลาเพียงครึ่งวัน

ทั้งนี้ เอสซีจีกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานบนแพลตฟอร์ม B2P เพื่อขยายผลไปยังประเภทการจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆ โดยมีเป้าหมายให้คู่ธุรกิจเข้ามาใช้แพลตฟอร์มนี้ 2,400 ราย ภายในปี 2563 รวมทั้งศึกษาส่วนที่เป็นการขายสินค้าและบริการของเอสซีจีให้ลูกค้าหรือผู้แทนจำหน่าย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการส่งใบเรียกเก็บเงิน (Bill Presentment) การเก็บรวบรวมเอกสาร (Collection) และการจ่ายเงิน (Payment) ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในมุมต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ รวมถึงสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า

              อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาระบบต่างๆ นั้น เอสซีจีจะดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะมีความปลอดภัย สามารถป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริต คงความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความแข็งแรงของระบบ โดยแพลตฟอร์ม B2P นี้ ได้รับการพัฒนาบนเทคโนโลยี R3 Corda for Enterprise ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

              “แม้การนำเทคโนโลยี Blockchain หรือเทคโนโลยีอื่นๆ มาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความถูกต้องในการดำเนินธุรกิจได้ แต่ธุรกิจควรคำนึงถึงการใช้งานที่ช่วยทำให้ข้อมูลเกิดความน่าเชื่อถือ  มีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีนั้นๆ เป็นอย่างดี เพื่อให้คนในองค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องคิดและเริ่มต้นให้เร็ว หากองค์กรใดต้องการเริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม B2P เอสซีจีก็ยินดีที่จะแบ่งปันองค์ความรู้ให้กับองค์กรต่างๆ ที่สนใจเช่นกัน”

              ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม B@P ได้ที่ http://bit.ly/2KTO7t6หรือ สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook : scgnewschannel / Twitter : @scgnewschannelหรือ Line@ : @scgnewschannel


Related News