MONEY&BANKING AWARDS 2019
บลจ.ทหารไทยได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2562 ประเภทกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF)

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) ได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2562 ประเภทกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) จากกองทุนเปิด JUMBO 25 ปันผลหุ้นระยะยาว (JB25LTF)

บลจ.ทหารไทยได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2562 ประเภทกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF)

              ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่า บริษัทมีความภูมิใจกับกองทุนนี้เป็นอย่างมาก และภาคภูมิใจบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ทำให้กองทุนนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง รวมถึงขอบคุณทีมงานที่ตั้งใจทำงานและมีวินัยในการทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง

 

ลงทุนหุ้นใหญ่สะท้อนคุณภาพ โตมั่นคงพร้อมรับปันผลระยะยาว

              ดร.สมจินต์กล่าวว่า สำหรับ กองทุนเปิด JUMBO 25 ปันผลหุ้นระยะยาว (JB25LTF) เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 25 หุ้น ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เนื่องจากหุ้นที่มีขนาดใหญ่สะท้อนถึงความสำเร็จและความสามารถในการแข่งขัน ความสามารถในการบริหารจัดการและการเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งนอกเหนือจากความใหญ่แล้ว ยังเลือกหุ้นที่มีคุณภาพ โดยบริษัทต้องมีการจ่ายเงินปันผล แสดงถึงตัวธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไร “ผู้ลงทุนไทยจะมีความคุ้นเคยกับบริษัทขนาดใหญ่ และไว้ใจในการดำเนินการของบริษัท เพราะมีความเชื่อมั่นว่า การลงทุนบริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จได้มากขึ้น” 

              สำหรับการเลือกลงทุนของกอง JB25LTF จะจัดสรรหุ้นในพอร์ตโดยอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งไม่เกิน 3 บริษัท เพื่อกระจายความเสี่ยง ลดการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเดียว และจะลงทุนอย่างเต็มอัตรา (Fully Invested) ด้วยพื้นฐานของความเชื่อมั่นในกลไกตลาด โดยทบทวนปรับพอร์ตกองทุนเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการจัดการลดลง และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่นักวิเคราะห์จะทำให้ไขว้เขวจากราคาที่เกิดจากความผันผวนต่างๆ จากการศึกษาพบว่า หากผู้ลงทุนมีการลงทุนในกองทุน JB25LTF โดยถือครองครบ 7 ปีปฏิทินจะไม่มีการขาดทุน พร้อมทั้งยังมีโอกาสได้รับเงินปันผลสม่ำเสมอ

              โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน JB25LTF ได้มีการจ่ายปันผลไปแล้วทั้งหมด 23 ครั้ง รวมเป็นเงิน 9.47 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นผลมาจากหุ้นทั้ง 25 ตัว ที่มีความสามารถในการทำกำไรอย่างโดดเด่นและสะท้อนไปยังราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย “กองทุน JB25LTF เป็นกองทุน LTF ที่สามารถตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดี โดยเห็นได้จากผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2547 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 10.60% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่ไว้วางใจได้และมีศักยภาพในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง (ข้อมูลจาก TMBAM Eastspring ณ 28 มิ.ย. 62)”

              ดร.สมจินต์กล่าวว่า TMBAM Eastspring มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้าน Passive Investment โดยปัจจุบันมีกองทุนเด่น คือ กลุ่มกองทุน SET50 และกลุ่มกองทุนJUMBO 25 ซึ่งเป็นกลุ่มการลงทุนที่ใช้กลไกการคัดเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานดี นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จในกลุ่มกองทุน Income Fund มีกองทุนเด่นคือ กองทุนเปิดทหารไทย Global Income (TMBGINCOME) และกองทุนเปิดทหารไทยพร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส (TMBPIPF) โดยนำเสนอทางเลือกการลงทุนในตราสารหนี้ พันธบัตร รวมถึงหลักทรัพย์หรือตราสารที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector) ทั้งที่จดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถสร้างโอกาสของกระแสรายได้หรือเงินปันผลอย่างต่อเนื่องและเป็นทางเลือกในการลงทุนที่กว้างมากขึ้น

 

บลจ.ทหารไทยได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2562 ประเภทกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF)

กองทุน JB25LTF เป็นกองทุน LTF ที่สามารถตอบโจทย์การลงทุน

ระยะยาวได้เป็นอย่างดี โดยเห็นได้จากผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

ในปี 2547 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 10.60%

ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่

ที่ไว้วางใจได้และมีศักยภาพในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง

 

จัดทัพลงทุนตามวัตถุประสงค์ กระจายสินทรัพย์เลี่ยงความผันผวน

ด้านมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี 2562

              ดร.สมจินต์เปิดเผยว่า อุปสรรคที่ทำให้ผู้ลงทุนมีความกังวลในปีนี้คือ สงครามการค้าของสหรัฐฯและจีน ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างประเทศ 2 ประเทศ จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความได้เปรียบหรือเสียเปรียบการค้า อย่างไรก็ตาม การเจรจาต่อรองมีการใช้ทั้งมาตรการที่แข็งกร้าวและท่าทีที่อ่อนข้อบ้างในช่วงเวลาต่างๆ แต่ต้องยอมรับว่า สหรัฐฯไม่สามารถอยู่ในสภาพปัจจุบันได้ และมีเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ทั่วโลกต้องดำเนินต่อไปภายใต้โครงสร้างของความสัมพันธ์ที่แตกต่างจากเดิม  ส่วนประเด็นที่ผู้ลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มองว่าประเด็นนี้ได้สะท้อนไปยังราคาของสินทรัพย์แล้ว จนทำให้ Yield ของพันธบัตรลดลงอย่างรวดเร็ว และราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ทางเลือกการออมและการลงทุนจึงต้องเปลี่ยนไป

               “ต้องยอมรับความจริงว่า ความผันผวนยังคงอยู่ข้างหน้า และส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก แต่ในเมื่อผู้ลงทุนยังคงต้องตัดสินใจว่า เงินที่มีอยู่จะนำไปใช้ นำไปเก็บออม หรือนำไปลงทุน สิ่งที่ต้องเรียนรู้เสมอภายใต้ความไม่แน่นอนนี้จึงเป็นเรื่องของการจัดทัพการลงทุนให้เหมาะสม โดยมุ่งตามวัตถุประสงค์ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดสรรเงินลงทุนไปในเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์ตามเป้าหมายเหล่านั้นได้”

              โดยในการจัดทัพลงทุนที่แนะนำสำหรับกองหน้าของการลงทุน คือการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งเงินลงทุนต้องเป็นเงินเย็นที่สามารถลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาวได้ครบ 1 วงจรเศรษฐกิจ หรือประมาณ 5-7 ปีขึ้นไป ส่วนเงินที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายภายใน 1 ปีข้างหน้า จะเป็นกองหลังซึ่งควรลงทุนระยะสั้นในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยให้เงินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เช่น ลงทุนในกองทุนรวมตราสารตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น สำหรับทัพลงทุนที่เป็นกองกลางเงินที่สามารถอยู่ได้มากกว่า 1 ปี แต่ไม่ครบ 1 วงจรเศรษฐกิจ (ระหว่าง 1-7 ปี) ควรลงทุนในสินทรัพย์ระยะกลาง ที่มีความเสี่ยงปานกลาง และผลตอบแทนปานกลาง (Medium Risk Medium Return) เช่น การลงทุนในกลุ่ม Income Fund และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

              “หากอยากลงทุนให้ชนะความผันผวน ต้องเลือกลงทุนอย่างเข้าใจว่าแต่ละสินทรัพย์มีความเสี่ยงและให้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร เช่น เลือกลงทุนในกองทุนที่จ่ายเงินปันผล เนื่องจากเป็นผู้ลงทุนระยะยาว และต้องการรับเงินปันผลต่อเนื่อง ทำให้สามารถยืนระยะได้ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน”  ดร.สมจินต์กล่าวว่า หากเครื่องมือที่เราเลือกลงทุนมีความสามารถในการปันส่วนแบ่งกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผล ก็จะช่วยลดความกังวลจากความผันผวนของราคาหุ้นที่เกิดขึ้นได้ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดพื้นฐานที่มักจะติดกับดักของราคา ทำให้มีการซื้อขายรวดเร็ว ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้ผู้ลงทุนเกิดความผิดพลาดจากการเข้าออกที่ผิดจังหวะการลงทุน

              ดังนั้น การปรับมุมมองไปสู่การลงทุนแบบผู้ลงทุนระยะยาว จะช่วยให้สามารถอยู่รอดภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ นอกจากนี้ หากผู้ลงทุนสามารถขยายไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเลือกลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่มีการบริหารจัดการได้ดีก็เป็นประโยชน์ในแง่การกระจายความเสี่ยงด้วย

 

“สิ่งที่ต้องเรียนรู้เสมอภายใต้ความไม่แน่นอนนี้จึงเป็น

เรื่องของการจัดทัพการลงทุนให้เหมาะสม โดยมุ่งตาม

วัตถุประสงค์ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดสรรเงินลงทุนไปใน

เครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์ตามเป้าหมายเหล่านั้นได้”

 

 

 


Related News